23/08/2015
ครั้งหนึ่ง ...
ผมได้รับการว่าจ้างให้เป็นทนายความฟ้องคดีกู้ยืมเงินตามสัญญากู้ยืม ให้กับทหารคนหนึ่ง ซึ่งปล่อยเงินกู้นอกระบบ บางรายนำต้นฉบับ โฉนดที่ดิน มาวางประกันด้วย
ตอนแรกๆ ผมก็ฟ้องตามสัญญา ซึ่งนายทุนให้สัญญามาฟ้อง 3 ฉบับ ๆ ละ 300,000 - 500,000 บาท ให้ค่าจ้าง 10% ของทุนทรัพย์ที่ฟ้อง
ผมฟ้องชนะทุกคดี ได้เงินค่าจ้าง ประมาณ 150,000 บาท
หลังผมฟ้องเสร็จ นายทุนนำสัญญาเงินกู้ที่เหลืออีก 350 ฉบับมาให้ผม โดยส่งมาก่อน 150 ฉบับ
คิดค่าจ้างแบบเป็นตามคดีๆละ 20,000 บาท x 150 = 3,000,000 บาท
เงินค่าจ้าง 3,000,000 บาท เป็นเงินเยอะมาก กับคดีง่ายๆ และ ยังเหลืออีก 200 คดี ที่ยังไม่ส่งมา คิดเป็นเงินค่าจ้าง 4,000,000 บาท รวมทั้ง 350 คดี = 7,000,000 บาท
เงินจำนวนนี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตผมและครอบครัวอย่างแน่นอน
ตอนนั้นผมแต่งานกับ ทนายจุ๋มPornphit Kaewkerd ใหม่ๆ ก็รู้สึกยินดีกับงานนี้
แต่เมื่อตัวสัญญามาถึง กลับเป็นสัญญาเปล่าๆ มีเพียงลายเซ็นผู้กู้ที่ เซ็นไว้ พร้อม สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ,สำเนาทะเบียนบ้าน ของผู้กู้และ ผู้ค้ำประกัน เท่านั้น ส่วนรายละเอียดในสัญญาไม่มี
ถามนายทุน เขาก็บอกว่า ให้ทนายกรอกเอกสาร รวมทั้งตัวเลขของสัญญากู้ ที่ทนายสามารถเติมตัวเลขได้เอง
ผมดูเอกสาร แล้วก็เคลียด เพราะแบบนี้ผมรู้ได้ทันทีว่า ไม่สุจริตแน่
แม้ผมฟ้องไปถึงจะชนะ ผมก็คงไม่มีความสุข
จริงอยู่..เงินค่าจ้าง ทั้ง 350 คดี เป็นเงินสูง ถึง 7,000,000 บาท และได้แน่นอน เพราะก่อนฟ้อง นายทุนต้องจ่ายตามข้อตกลง ไม่ว่าผลคดีจะเป็นอย่างไรก็ตาม
แต่การที่จะช่วยนายทุนฟ้องชาวบ้าน ด้วยวิธีการปลอมเอกสาร ผมทำไม่ได้
ผมเก็บเอกสารไว้ในลิ้นชักเป็นเดือน ด้วยความกลุ้มใจ !!
ฝ่ายนายทุนก็ทวงถามตลอดเวลา
ในที่สุด ผมก็ปรึกษากับภรรยา ว่า จะเอายังไง เงินก็อยากได้ งานก็อยากทำ แต่ไม่อยากทำชั่ว
คุณจุ๋มรู้เรื่อง ก็ให้กำลัง และเราตกลงกันว่า เราจะไม่รับงาน และคืนเอกสารให้เขาไป
ต่อให้จนทนกัดก้อนเกลือกิน เราสองคน ก็จะไม่ทำชั่ว ซ้ำเติมใคร