20/05/2026
กัม-มะ-ลอร์ EP.24] : ชวนมารู้จักกฎหมาย JSOC....................................................................................
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569
ผมได้มีโอกาสไปบรรยายให้ความรู้
แก่อาสาสมัครคุมประพฤติ ในหัวข้อ
"ความรู้เกี่ยวกับการดำเนินงานตาม
พระราชบัญญัติมาตรการป้องกัน
การกระทำความผิดซ้ำในความผิด
ที่เกี่ยวกับเพศและที่ใช้ความรุนแรง
พ.ศ.2565"
วันนี้เลยนำความรู้ที่ผมมรวบรวมจากการบรรยาย
มาสรุปให้ครับ
พระราชบัญญัติมาตรการป้องกัน
การกระทำความผิดซ้ำในความผิด
ที่เกี่ยวกับเพศและที่ใช้ความรุนแรง
พ.ศ.2565
เป็นชื่อกฎหมายที่ยาวมาก
ซึ่งผมจะเรียกสั้น ๆ ว่า
กฎหมาย JSOC หรือ JSOC
เป็นกฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ
เพื่อจัดการผู้กระทำความผิด
ในฐานความผิดที่เกี่ยวกับเพศ
ชีวิต,ร่างกายและเรียกค่าไถ่
ที่เขาอาจพ้นโทษจำคุก
จากเรือนจำมาแล้ว
แต่ก็มีความเสี่ยงที่จะพร้อมกลับไป
กระทำความผิดในลักษณะคดีเดิมได้ง่าย
จึงต้องมีการเฝ้าระวัง
เพื่อความปลอดภัยขอสังคม
กลุ่่มเป้าหมายที่จะอยู่ในบังคับของกฎหมายฉบับนี้
จะเน้นไปในกลุ่มคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ
3 กลุ่มหลัก ใน 13 ฐานความผิด ได้แก่
กลุ่มที่ 1 ความผิดที่เกี่ยวกับเพศ :
ข่มขืนกระทำชำเรา กระทำชำเรา
อนาจาร พาไปเพื่อการอนาจาร
กลุ่มที่ 2 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย :
ฆ๋า ฆ่าโดยมีเหตุฉกรรจ์ ทำร้ายร่างกาย
(ไม่รวมถึงประมาท)
กลุ่มที่ 3 ความผิดเรียกค่าไถ่
และมี 3 มาตราการหลักที่ใช้ในการเฝ้าระวัง
1. มาตรการแก้ไขฟื้นฟู
ที่ใช้ในระหว่างต้องโทษจำคุกอยู่ที่เรือนจำ
โดยใช้มาตรการทางการแพทย์
โดยกรมราชทัณฑ์เป็นผู้รับผิดชอบ
2.มาตการเฝ้าระวัง (หลังพ้นโทษ)
โดยมีพนักงานคุมประพฤติ ของกรมคุมประพฤติ
เป็นผู้เฝ้าระวัง ซึ่งมี 13 มาตรการ
ที่พอจะสรุปได้ คือ
-มาตรการพื้นฐาน คือ ให้มารายงานตัวต่อ
พนักงานคุมประพฤติหรือได้รับการเยี่ยมเยียน,
การแจ้งให้ทราบถึงการเปลี่ยนงาน-ที่อยู่
-มาตรการกำหนดระยะห่าง คือ การห้ามเข้าใกล้
หรือเขตที่กำหนด เช่น บ้านของผู้เสียหาย
-มาตรการห้ามทำกิจกรรมเสี่ยง คือ ห้ามเข้าเขต
โรงเรียน สถานพยาบาล การดื่มสุรา พกพาอาวุธ
-มาตรการกำหนดให้อยู่ในสถานที่
-มาตรการทางการแพทย์ คือ
ให้ไปเข้ารับการประเมินอาการใคร่เด็ก
หรือการใช้ความรุนแรง
ซึ่งศาลจะเป็นผู้กำหนดมาตราการได้
ไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันพ้นโทษ
3.มาตรการคุมขังภายหลังพ้นโทษ
เป็นการควบคุมไว้ในเขตที่กำหนด
เพื่อป้องกันการไปกระทำความผิดซ้ำ
โดยมีเหตุอันควรเชื่อว่า
เขาที่พ้นโทษไปแล้ว
จะกระทำความผิดซ้ำอีก และ
ไม่มีมตรการอื่นใดที่จะป้องกันไม่ให้
ผู้นั้นไปกระทำคงามผิดได้
ในแง่มุมของกฎหมาย JSOC
เป็นเครื่องมือในการสร้างความอุ่นใจ
และยกระดับความปลอดภัยให้แก่สังคม
อย่างเป็นรูปธรรม
แต่ในอีกมุมหนึ่ง
หลายคนมองว่า กฎหมายฉบับนี้
เป็นการลงโทษซ้ำซ้อน
และเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพ
ของผู้พ้นโทษแล้วหรือไม่
หลักของกฎหมมาย JSOC
จึงไม่ได้เน้นที่การเพิ่มโทษ
แต่เน้นที่การเฝ้าระวังและแก้ไขฟื้นฟู
โดยทุกขั้นตอนจะต้อง
ผ่านกระบวนการตรวจสอบจาก
คณะกรรมการ พนักงานอัยการ
และต้องให้ศาลเป็นผู้มีคำสั่งเท่านั้น
เพื่อไม่ให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ
กฎหมาย JSOC ไม่สามารถลบตัวตนได้
แต่เป็นระบบการสร้างความปลอดภัย
เพื่อปกป้องเหยื่อยรายต่อไป
เพราะชีวิตและสวัสดิภาพของ
ประชาชนผู้บริสุทธิ์
ไม่ควรต้องขึ้นอยู่กับความเสี่ยงดวงว่า
ผู้พ้นโทษจะกลับใจได้จริงหรือไม่
Law No.24 (กฎของกัม) :
"ความยุติธรรมไม่ใช่เป็นการส่งคนเข้าคุก
แต่คือการทำให้มั้นใจพอว่า
เมื่อเขาพ้นโทษ
เขาจะไม่สร้างเหยื่อรายต่อไปอีก"
กัม-มะ-ลอร์ (Kam-Ma-Law)
20 พฤษภาคม 2569
#กัมมะลอร์