สำนักงานกฎหมาย นพ ทนายความ

  • Home
  • สำนักงานกฎหมาย นพ ทนายความ

สำนักงานกฎหมาย นพ ทนายความ ทนายความ นิติศาตรบัณฑิต เนติบัณฑิตไทย
รับปรึกษาคดี และว่าความทั่วราชอาณาจักร
โทร.065-356-6956

18/03/2026

🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5326/2568
หนังสือให้ความยินยอมของคู่สมรสในการทำนิติกรรม ที่ระบุว่า จำเลยที่ 2 ขอให้ความยินยอมต่อการที่คู่สมรส ทำคำขอ สัญญา ข้อตกลงเกี่ยวกับการขอใช้สินเชื่อทุกลักษณะหรือนิติกรรมใด ๆ มีลักษณะเป็นการให้ความยินยอมไว้เป็นการทั่วไป เป็นการแสดงเจตนารับรู้ที่จำเลยที่ 1 ไปทำนิติกรรม มิใช่เป็นการให้สัตยาบันตาม ป.พ.พ. มาตรา 1490 (4) จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ในหนี้ที่จำเลยที่ 1 ก่อขึ้น

—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 5326/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว

#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

13/03/2026

ีกาใหม่ปี68 🧠 #ชิงทรัพย์ #สิ่งเทียมอาวุธปืน

ฎ. 3773/2568 🔥

#ประเด็น การใช้ปืนบีบีกัน (BB Gun) ซึ่งเป็นสิ่งเทียมอาวุธปืน จี้ศีรษะผู้เสียหายเพื่อชิงทรัพย์ แม้ผู้เสียหายจะเข้าใจว่าเป็นอาวุธปืนจริงและเกิดความกลัว จะถือเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนที่จะต้องรับโทษหนักขึ้นตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี หรือไม่?

#คำตอบ ไม่เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน ตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี (แต่ยังคงเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ตามมาตรา 339)

เหตุผล

#ข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏว่า

1. จำเลยกับพวกร่วมกันใช้ปืนบีบีกันจี้ผู้เสียหายที่ 1 และ 2 ในเวลากลางคืน จนได้เงินไปรวม 23,000 บาท

2. ผลการตรวจพิสูจน์พบว่า ปืนของกลางดังกล่าวไม่ใช่อาวุธปืนจริง แต่เป็น #สิ่งเทียมอาวุธปืน ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 4 (5)

( #เนื้อหาคำพิพากษาฎีกา)

• ปืนบีบีกันของกลางทำเลียนแบบขนาด สีสัน รูปร่าง และน้ำหนักใกล้เคียงกับอาวุธปืนจริง แต่ #ไม่มีอานุภาพรุนแรง ที่สามารถทำอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายได้ดังเช่นอาวุธปืนทั่วไป โครงสร้างผลิตจากพลาสติกและเหล็กธรรมดาบางส่วน #ไม่มีความแข็งแรงทนทานเพียงพอ ที่จะใช้เป็นอาวุธส่งเครื่องกระสุนปืนได้

• การที่จำเลยใช้ปืนดังกล่าวจี้ศีรษะผู้เสียหาย แม้ผู้เสียหายจะ #เข้าใจว่าเป็นอาวุธปืนจริงจนเกิดความกลัวและยอมส่งมอบทรัพย์สินให้ การกระทำของจำเลยก็เป็นเพียงความผิดฐานลักทรัพย์โดยขู่เข็ญว่าในทันใดจะใช้กำลังประทุษร้าย อันเป็น #ความผิดฐานชิงทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง

• แต่ #ถือไม่ได้ว่าเป็นการชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืน ตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี ที่จะต้องระวางโทษหนักขึ้น

• กรณีนี้ #ต่างจากการใช้มีดทำครัว ในการชิงทรัพย์ เพราะมีดทำครัวเป็นของมีคม สามารถใช้ฟันหรือแทงทำร้ายผู้อื่นให้ได้รับบาดเจ็บได้ หากคนร้ายนำมาใช้ทำร้ายผู้อื่น มีดทำครัวก็กลายเป็นอาวุธโดยการใช้

✍️ #ข้อสังเกต

ให้เทียบกับ ฎ. 5433/2567 ที่คดีนี้จำเลยไม่มีแม้กระทั่งปืนปลอมหรือปืนบีบีกันมากระทำต่อผู้เสียหาย แต่ใช้วิธี "ทำท่าทางเหมือนจะหยิบปืน" แทน ซึ่งมีข้อเท็จจริงปรากฏดังนี้

1. จำเลยที่ 1 เอาโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ผู้เสียหายไป แล้วหลอกว่าเป็นตำรวจ จะพาขึ้นรถไปโรงพัก

2. ผู้เสียหายขัดขืนและขอของคืน จำเลยที่ 1 จึงกระชากคอเสื้อผู้เสียหาย พร้อมสั่งให้จำเลยที่ 2 หยิบปืนมาให้

3. จำเลยที่ 2 " #ทำท่าทางเหมือนกับจะหยิบเอาอาวุธปืน" จากลิ้นชักในรถให้จำเลยที่ 1 เพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายกลัว ไม่กล้าขัดขืน และยอมมอบทรัพย์สินให้

#คดีนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระชากคอเสื้อ + การทำท่าทางข่มขู่ว่าจะหยิบปืน เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องติดต่อกันในทันใด ( #ไม่ขาดตอน) โดยมีเจตนาจะเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปให้ได้ พฤติการณ์นี้มีลักษณะเป็นการลักทรัพย์ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าในทันใดนั้นจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์ พาทรัพย์นั้นไป หรือยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้ เป็นความผิดฐาน ชิงทรัพย์ ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง และเมื่อใช้รถกระบะมาก่อเหตุ จึงต้องรับโทษหนักขึ้นฐาน ร่วมกันชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ ตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี

#สรุป

• ฎ. 3773/2568 ใช้ปืนบีบีกันจี้หัว = ถือว่าเป็นการขู่เข็ญให้กลัวแล้ว เป็น "ชิงทรัพย์" (แต่ไม่เข้าองค์ประกอบเพิ่มโทษฐานมีอาวุธปืนจริงตาม ม.340 ตรี เพราะไม่ใช่ปืนตามความหมาย พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ )

• ฎ. 5433/2567 แม้ผู้เสียหายไม่เห็นปืน แต่มีการกระชากคอเสื้อประกอบกับทำท่าจะหยิบปืนจากลิ้นชัก = ถือเป็นการใช้กำลังและขู่เข็ญให้ผู้เสียหายกลัวภัยในทันทีทันใดแล้วเช่นกัน จึงเป็น "ชิงทรัพย์" (และคดีนี้รับโทษหนักขึ้นตาม ม.340 ตรี แต่เพราะใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ ไม่ได้รับโทษหนักขึ้นเพราะ “มีหรือใช้อาวุธ” แต่อย่างใด (น่าสนใจ)

🤍

10/03/2026

เดี๋ยวนี้ต้องระมัดระวัง แค่เราโพสต์รูปเซลฟี่บนโซเชียล อาจเสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

10/03/2026

⚖️ สรุปคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6064/2567
เรื่อง: บิดาป่วยติดเตียงจนศาลสั่งให้เป็น “คนเสมือนไร้ความสามารถ” บุตรจะฟ้องขอเพิกถอนภริยาจากการเป็นผู้พิทักษ์ และขอนำบิดามาดูแลเองได้หรือไม่?

🔹 ประเด็นข้อกฎหมาย
มีเหตุให้เพิกถอนจำเลยซึ่งเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย ออกจากการเป็นผู้พิทักษ์ของคนเสมือนไร้ความสามารถหรือไม่
และโจทก์ซึ่งเป็นบุตร ต้องส่งตัวคนเสมือนไร้ความสามารถให้จำเลยในฐานะผู้พิทักษ์หรือไม่

📘 บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32 วรรคสอง, มาตรา 34 วรรคหนึ่ง และมาตรา 1463

🧾 ข้อเท็จจริง
โจทก์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ส่วนจำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของบิดาโจทก์ โดยภายหลังจากบิดามารดาของโจทก์หย่ากันแล้ว บิดาโจทก์จดทะเบียนสมรสกับจำเลย และอยู่กินฉันสามีภริยากันมานานร่วม 20 ปี
ต่อมาบิดาโจทก์ป่วยกะทันหันด้วยโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ต้องเข้ารับการรักษา และช่วยเหลือตนเองไม่ได้ เป็นผู้ป่วยติดเตียง จำเลยจึงยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้มีคำสั่งให้บิดาโจทก์เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ และศาลมีคำสั่งให้อยู่ในความพิทักษ์ของจำเลย
ภายหลัง โจทก์นำบัตรเอทีเอ็มไปกดถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของบิดาโจทก์รวม 3 ครั้ง เป็นเงิน 150,000 บาท แล้วนำค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่โจทก์ชำระไปแล้ว ค่าว่าจ้างทนายความ 2 ครั้ง รวม 60,000 บาท และค่าจ้างบุคคลอื่นมาดูแลบิดาโจทก์ มาหักกับเงินที่ถอนจากบัญชีดังกล่าว
โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนจำเลยจากการเป็นผู้พิทักษ์ และขอให้ตั้งโจทก์เป็นผู้พิทักษ์แทน
ส่วนจำเลยฟ้องแย้ง ขอให้โจทก์ส่งมอบตัวบิดาโจทก์ซึ่งเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ให้อยู่ในความพิทักษ์ของตน

⚖️ คำวินิจฉัยของศาลฎีกา
✅ 1) ภริยามีอำนาจยื่นคำร้องได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยเป็นภริยาชอบด้วยกฎหมาย ย่อมมีอำนาจร้องขอต่อศาล ให้สั่งให้บิดาโจทก์เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 32
โดยไม่ต้องแจ้งหรือได้รับความยินยอมจากโจทก์ซึ่งเป็นบุตรแต่อย่างใด
✅ 2) ผู้พิทักษ์มีหน้าที่จัดการเรื่องเงินเพื่อการรักษาพยาบาล
มาตรา 34 วรรคหนึ่ง แสดงให้เห็นว่า บุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ ยังมีความสามารถที่จะทำนิติกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายระบุไว้ได้เอง
เพราะเป็นเพียงผู้หย่อนความสามารถเฉพาะการทำนิติกรรมที่กฎหมายกำหนดไว้เท่านั้น
แต่เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บิดาโจทก์เป็นผู้ป่วยติดเตียง ย่อมไม่สามารถไปจัดการเงินในบัญชีเงินฝากดังกล่าวได้ด้วยตนเอง
จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยในฐานะผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาลต้องดำเนินการ
การเปลี่ยนเงื่อนไขการเบิกเงินในบัญชีเงินฝาก จึงเป็นการจัดการทรัพย์สินทั่วไป เพื่อนำเงินมาใช้ในการดูแลรักษาพยาบาล
✅ 3) การถอนเงินของบุตรไม่ใช่อำนาจของผู้พิทักษ์
ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษวินิจฉัยไว้แล้วว่า การที่โจทก์ถอนเงินจากบัญชีดังกล่าวมิชอบด้วยกฎหมาย
เพราะเงินในบัญชีเป็นทรัพย์สินที่ได้มาระหว่างสมรส จึงเป็นสินสมรสที่จำเลยมีสิทธิอยู่กึ่งหนึ่ง
และโจทก์มิได้ฎีกาในประเด็นดังกล่าว
✅ 4) บุตรมีหน้าที่เลี้ยงดู แต่ไม่มีอำนาจจัดการการทำนิติกรรมแทน
แม้โจทก์จะเป็นบุตร และมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดา
แต่โจทก์ไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาล
จึงไม่มีอำนาจจัดการการทำนิติกรรมของบิดาโจทก์
หากให้บิดาโจทก์อยู่ในการดูแลของโจทก์ต่อไป อาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกหรือมีข้อขัดข้อง ที่จำเลยจะจัดการเรื่องต่าง ๆ ตามหน้าที่ของผู้พิทักษ์ได้
อีกทั้งโจทก์และสามีต่างมีภาระในการประกอบอาชีพและเลี้ยงดูบุตร
โจทก์จึงมิได้ดูแลบิดาด้วยตนเอง แต่กลับนำเงินที่ถอนจากบัญชีไปว่าจ้างบุคคลอื่นมาดูแล
✅ 5) กฎหมายให้ความสำคัญแก่คู่สมรสก่อนบุคคลอื่น
ต่างกับจำเลยซึ่งเป็นภริยา อยู่ดูแลกันมาตลอดนานร่วม 20 ปี และไม่ได้ประกอบอาชีพที่ต้องทำเป็นประจำ
ย่อมมีเวลาดูแลได้อย่างใกล้ชิด อันจะเป็นประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถยิ่งกว่า
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1463 ยังสะท้อนเจตนารมณ์ของกฎหมาย ที่ให้ความสำคัญแก่คู่สมรสซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ร่วมกับคนเสมือนไร้ความสามารถมาอย่างใกล้ชิด
โดยกำหนดให้สามีหรือภริยาเป็นผู้พิทักษ์ของคู่สมรสของตนก่อนบุคคลอื่น

📌 ผลวินิจฉัย
ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้โจทก์ส่งมอบตัวบิดาโจทก์ ให้อยู่ในความพิทักษ์ของจำเลย
จึงมิได้เป็นการขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชนแต่อย่างใด
เพราะเป็นไปเพื่อให้จำเลยดูแลรักษาพยาบาล และปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาลได้อย่างเต็มที่
และเป็นประโยชน์แก่คนเสมือนไร้ความสามารถอย่างสูงสุด

📝 สรุปหลักกฎหมาย
คู่สมรสที่เป็นผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาล ย่อมมีอำนาจและหน้าที่จัดการเรื่องทรัพย์สินทั่วไปเท่าที่จำเป็น เพื่อประโยชน์ในการดูแลรักษาพยาบาลของคนเสมือนไร้ความสามารถ
แม้บุตรจะมีหน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบิดา
แต่หากไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์ตามคำสั่งศาล
ก็ไม่มีอำนาจจัดการการทำนิติกรรมแทน
และต้องส่งมอบตัวคนเสมือนไร้ความสามารถให้ผู้พิทักษ์ดูแลตามคำสั่งศาล
✅ พิพากษายืน

🏷️ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6064/2567
#ฎีกาศึกษา
#คำพิพากษาศาลฎีกา
#กฎหมายครอบครัว
#ผู้พิทักษ์
#คนเสมือนไร้ความสามารถ

25/02/2026

🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3622/2568
ข้อความสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) ระหว่างโจทก์และจำเลยเป็นเพียงการส่งสติกเกอร์มีข้อความ “ขอบคุณครับ” ภายหลังโจทก์โอนเงินเข้าบัญชีจำเลยแล้ว แต่ไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงินเป็นการให้กู้ยืมเงิน ข้อความดังกล่าว จึงไม่ถือว่าเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสือ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 653 วรรคหนึ่ง
—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 3622/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว

#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

16/12/2025

กรณีผู้เสียหายไม่ได้จ่ายค่ารักษาพยาบาลตามใบแจ้งค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากการใช้สิทธิบัตรทอง 30 บาทในการรักษาพยาบาล ก็เป็นสิทธิของผู้เสียหายตามที่กฎหมายกำหนดผู้เสียหายจึงมีสิทธิเรียกค่ารักษาพยาบาลจากผู้ทำละเมิด ฎ.8467/2559

12/11/2025

🌟คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2240/2568
การที่โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกัน มิใช่การปลดหนี้ซึ่งจะมีผลทำให้หนี้ที่ค้ำประกันที่จำเลยที่ 5 เป็นผู้ค้ำประกันอีกคนระงับสิ้นไปด้วย จำเลยที่ 5 จึงหาหลุดพ้นความรับผิดไม่

—————
📍ติดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่น่าสนใจ #สรรหาฎีกาเด็ด by ศูนย์วิชาการงานคดี ศาลฎีกา
ได้ทุกวันพุธ ผ่านช่องทางดังนี้
-เว็บไซต์ศาลฎีกา https://www.supremecourt.or.th
-page สื่อศาล
-สืบค้นฉบับย่อยาวเพิ่มเติมได้ที่ http://deka.supremecourt.or.th/
ในวันที่เผยแพร่ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป

‼️หมายเหตุ : วิธีสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับย่อยาว
1.กรอกเฉพาะเลขคำพิพากษาศาลฎีกา เช่น 2240/2568 ในช่อง ค้นหาจากหมายเลขคำพิพากษา แล้วคลิกค้นหา
2.เมื่อเจอคำพิพากษาที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ “ดูฉบับย่อ” จะปรากฏข้อมูลทั้งย่อสั้นและย่อยาว

#สรรหาฎีกาเด็ด
#รวดเร็ว #แม่นยำ #เป็นประโยชน์
#แหล่งรวบรวมความรู้ทางกฎหมายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน

ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์ขอน้อมส่งเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่สวรรคาลั...
24/10/2025

ธ สถิตในดวงใจ ตราบนิจนิรันดร์
ขอน้อมส่งเสด็จ
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่สวรรคาลัย 🖤

08/10/2025

⚖️ เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ข้อเท็จจริงตามข่าว มันเข้าล็อคฎีกาเกี่ยวกับความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา ปี 68 ที่เพิ่งกลับหลัก ฎ.1948/2567 และ ฎ.3515/2563 (ออกข้อสอบ ผู้ช่วยฯ ปี 64 ไปหมาดๆ)
✨ประเด็นที่ 1 ฎีกากลับหลัก
❌ หลักเดิม คือ ความผิดฐานบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 365 (1) ต้องเป็นกรณีที่จำเลยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีเจตนาเพื่อบุกรุกเข้าไปถึงจะเข้าเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 365 (1) แต่ถ้าบุกรุกเข้าไปแล้วค่อยใช้กำลังประทุษร้าย ไม่ถือว่าเป็นเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 365 (1) คงเป็นความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 364 เท่านั้น (ฎ.3515/2563, ฎ.1948/2567)
⚖️ หลักที่มากลับ คือ เมื่อมีการบุกรุกแล้วใช้กำลังประทุษร้ายโดยที่การใช้กำลังประทุษร้ายนั้นต่อเนื่องกับการบุกรุกถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการบุกรุกโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 365 (1) แล้ว (ฎ.2813/2568)
✨ประเด็นที่ 2 เรื่องป้องกันตาม ป.อ. มาตรา 68
- เมื่อมีคนบุกรุกเข้ามาในบ้านถือว่าการบุกรุกนั้นเป็นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย เจ้าของบ้านมีสิทธิปกป้องบ้านของตัวเอง ปกป้องต่อเนื่องได้จนกว่าภยันตรายจะผ่านพ้นไป ในกรณีนี้ ตราบใดที่การบุกรุกยังคงมีอยู่ย่อมถือว่าภยันตายยังไม่สิ้นสุด เจ้าของบ้านมีสิทธิกดได้จนกว่าผู้บุกรุกจะออกจากบ้านไป ดังนั้น การกดหมด mag จึงไม่ใช่การป้องกันที่เกินกว่าเหตุ (ประเด็นนี้มีคนโต้แย้งว่าการป้องกันต้องกดแค่ 1-2 ครั้งเท่านั้น)
- น้องบิวเป็นผู้ก่อภยันตรายอันเป็นเหตุให้เจ้าของบ้านต้องกระทำเพื่อป้องกัน ดังนั้น การต่อสู้ระหว่างน้องบิวและพ่อตา น้องบิวอ้างป้องกันไม่ได้น๊าาาาา
✨ ประเด็นที่ 3 ไตร่ตรองตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) หรือไม่
การไตร่ตรองมันมีหลักอยู่ว่า จำเลยต้องรู้ว่าเป้าหมายว่าเป็นใคร ถ้าเจตนาตาม 288 เกิดขึ้นในทันทีทันใดไม่ถือว่าเป็นการไตร่ตรอง แม้จะมีการพกอาวุธติดตัวมาด้วยก็ตาม...ประเด็นนี้ แลกเปลี่ยนความรู้แสดงความคิดเห็นกันได้นะครับ โดยส่วนตัวมองว่าเป็นประเด็นที่มีข้อโต้แย้งได้เยอะเลยทีเดียว
ขอแสดงความเสียใจแด่ผู้เกี่ยวข้องทุกคนกับเหตุการณ์ในครั้งนี้และขอเป็นกำลังใจให้ก้าวผ่านเรื่องราวในครั้งนี้ด้วยจิตใจที่เข้มแข็งครับ 🤍

02/10/2025

จำเลยถูกฟ้องให้รับผิดในฐานะทายาทในหนี้ของเจ้ามรดก เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจะยึดทรัพย์ส่วนตัวไม่ได้เพราะทายาทไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว
ฎ.8489/2559

11/09/2025

ปัจจุบันมีมิจฉาชีพทำการปลอมแปลงหมายศาล รวมทั้งแอบอ้างชื่อผู้พิพากษาเพื่อหลอกประชาชนให้เสียทรัพย์

หากท่านได้รับหมายศาลและมีข้อสงสัยว่าเป็นของจริงหรือไม่ ขอให้ท่านตั้งสติแล้วโทรศัพท์สอบถามไปยังส่วนบริการประชาชนและประชาสัมพันธ์ของศาลที่ระบุในหมายศาลดังกล่าว โดยสามารถค้นหาหมายเลขโทรศัพท์ของศาลได้ที่หน้าเว็บไซต์ของศาลยุติธรรม https://www.coj.go.th/th/content/category/detail/id/6/iid/121186

10/09/2025

#คดีฟ้องชู้ #คดีเรียกค่าทดแทนชู้ #คดีครอบครัว #ทนายนพ #ทนายความ

Address


Telephone

+66653566956

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when สำนักงานกฎหมาย นพ ทนายความ posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your business to be the top-listed Law Practice?

Share