โดยชอบด้วยกฎหมาย

โดยชอบด้วยกฎหมาย หน่วยงานให้ความรู้และคำปรึกษาด้าน?

ดีมาก
03/12/2025

ดีมาก

🔥 #รวมฎีกาประชุมใหญ่ ปี 2566 ถึง 2568 ล่าสุด ที่น่าสนใจ🌟🌟🌟🌟

1. กฎหมายอาญา ✨
- ฎ.719/2568 (ป.) ริบทรัพย์ : https://www.facebook.com/share/16nD5CiJmW/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.4009/2566 (ป.) ปลอมเอกสาร : https://www.facebook.com/share/1Bo9Vks3G1/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.976/2567 (ป.) หมิ่นประมาท มาตรา 332 : https://www.facebook.com/share/183sDeBE3F/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.4403/2566 (ป.) หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา/พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14 (4) จะเป็นความผิดกี่กรรม ? : https://www.facebook.com/share/p/16qMVicKxy/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.809/2568 (ป.) จะเป็นลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ หรือว่า เป็นยักยอก ? : https://www.facebook.com/share/p/1B5Jq8K48e/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.2614/2568 (ป.) แก๊งคอลฯ กระทำผิดต่างกรรม : https://www.facebook.com/share/1EjYYhVo8n/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.2030/2568 (ป.), 2813/2568 (ป.) บุกรุก มาตรา 365 (1) : https://www.facebook.com/share/p/1A8VFGREdc/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.6267/2568 (ป.) จะเป็นกรรมเดียวหรือกี่กรรม? : https://www.facebook.com/share/p/1NBNGmnaQ2/?mibextid=wwXIfr


2. กฎหมายแพ่ง ✨
- ฎ.3107/2568 (ป.) เพิกถอนการฉ้อฉล : https://www.facebook.com/share/p/14PNLFVGJtM/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.4684/2568 (ป.) ผิดสัญญาจัดพิธีแต่งงาน (ไม่มีการหมั้น) Or สัญญาจะสมรส มาตรา 1439 ? : https://www.facebook.com/share/1BsLFMZooz/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.3881/2568 (ป.) จำนอง มาตรา 729/1 : https://www.facebook.com/share/p/1W5Aeded9U/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.2413/2566 (ป.) ภาระจำยอม : https://www.facebook.com/share/1AD6RCh8sS/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.2106/2566 (ป.) บัญชีเดินสะพัด ค้ำประกัน : https://www.facebook.com/share/1Bh6zq7fr4/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.5055/2567 (ป.) เช่าซื้อ เลิกสัญญาฯ : https://www.facebook.com/share/1LBVeAHtoA/?mibextid=wwXIfr


3. ก.ม. วิแพ่ง ✨
- ฎ.4937/2566 (ป.) ฟ้องแย้งตกไปหรือไม่ : https://www.facebook.com/share/1Y5FE3V114/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.1980/2566 (ป.) เทียบ 1467/2566 ดำซ้ำ : https://www.facebook.com/share/1ZMwrRSnLo/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.2354/2566 (ป.) ฟ้องซ้ำ : https://www.facebook.com/share/1AjnwknZeL/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.920/2566 (ป.) อุทธรณ์ : https://www.facebook.com/share/1AcTp4hUWq/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.1951/2566 (ป.) บังคับคดี : https://www.facebook.com/share/1AeRSaMht4/?mibextid=wwXIfr
ฎ.314/2567 (ป.) บังคับคดี : https://www.facebook.com/share/1ABjZ7yKT7/?mibextid=wwXIfr
ฎ.2498/2566 (ป.) บังคับคดี : https://www.facebook.com/share/1GG17hr8cb/?mibextid=wwXIfr

4. ก.ม. วิอาญา ✨
- ฎ.324/2568 (ป.) คดีแพ่งเกี่ยวเนื่อง : https://www.facebook.com/share/p/1FyhYEGPjB/?mibextid=wwXIfr

ฎ.2611/2566 (ป.) คดีแพ่งเกี่ยวเนื่อง : https://www.facebook.com/share/16D7heWCqQ/?mibextid=wwXIfr

- ฎ.518/2567 (ป.) การขออนุญาตฎีกาฯ มาตรา 221 : https://www.facebook.com/share/1BsS2D1iAD/?mibextid=wwXIfr

5. พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ✨
- ฎ.5793/2567 (ป.) : https://www.facebook.com/share/1B4qyyrNgA/?mibextid=wwXIfr

6. คดียาเสพติด ป.ยาเสพติด✨
- ฎ.246/2567 (ป.) มาตรา 145 ว.1, ว.2 : https://www.facebook.com/share/14zjDhLHcHo/?mibextid=wwXIfr

7. คดีผู้บริโภค✨ คำให้การต่อสู้อายุความ ศาลปรับบทกฎหมาย
- ฎ.332/2568 (ป.) : https://www.facebook.com/share/1FyjuPJEoq/?mibextid=wwXIfr

8. “เก็บตก” ฎีกาประชุมใหญ่ ปี 66✨
- https://www.facebook.com/share/1E2rtt26Rg/?mibextid=wwXIfr

😊✌🏻

26/08/2025

ชื่อเพจใหม่ ฝากติดตามด้วยนะครับ แล้วจะอัปเดทข้อกฎหมายให้บ่อยขึ้น 😊
#โดยชอบด้วยกฎหมาย

01/08/2025

🔥เรื่อง : ขอถอนอุทธรณ์คำสั่งทางปกครองต่อผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ ขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ไม่ใช่การขอถอนคำฟ้อง ศาลสั่งจำหน่ายคดีไม่ได้ ต้องพิจารณาคดีต่อไป

🏛️คำสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 618/2568

เมื่อคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีในข้อหาที่หนึ่ง และข้อหาที่สอง เป็นไปตามเงื่อนเงื่อนไขการฟ้องคดีโดยครบถ้วนสมบูรณ์ โดยไม่จำต้องรอผลการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ (ผู้วินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่ง) และศาลปกครองชั้นต้นก็ได้มีคำสั่งรับคำฟ้องในข้อหาดังกล่าวไว้พิจารณาแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการและพิจารณาค่าชดเชยความเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีตามความเหมาะสมแก่กรณี

แม้ในเวลาต่อมาผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ #ขอถอนอุทธรณ์คำสั่งไล่ผู้ฟ้องคดีอออกจากราชการ เพราะผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ #มิได้พิจารณาอุทธรณ์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยผู้ฟ้องคดีประสงค์จะให้ศาลเป็นผู้พิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งพิพาท หนังสือดังกล่าวจึงเป็นการแสดงเจตนาของผู้ฟ้องคดีที่มีต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๕ ว่า #ประสงค์จะให้ศาลเป็นผู้ตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายแต่เพียงผู้เดียว #การกระทำดังกล่าวของผู้ฟ้องคดีหาได้มีผลต่อต่อการพิจารณาคดีของศาล

ดังนั้น เมื่อความเดือดร้อนหรือเสียหายของผู้ฟ้องคดีมิได้หมดสิ้นไป เพราะผู้ออกคำสั่งหรือผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์มิได้เพิกถอนคำสั่งลงโทษผู้ฟ้องคดีออกจากราชการก่อนศาลจะมีคำพิพากษา หรือผู้ฟ้องคดีแสดงเจตนาต่อศาลขอถอนคำฟ้อง

กรณีจึงยังมีความจำเป็นที่ผู้ฟ้องคดีต้องได้รับการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อนหรือเสียหายหรือยุติข้อโต้แย้งนั้น โดยให้ศาลมีคำบังคับตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

คำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับคำฟ้องในข้องในข้อหาที่หนึ่งและข้อหาที่สองของผู้ฟ้องคดีที่ว่า ผู้ฟ้องคดีมีหนังสือขอถอนอุทธรณ์ต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5 (ผู้มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์) ก็เพื่อให้ศาลเป็นผู้พิจารณาความชอบด้วยกฎหมายของคำสั่งลงโทษไล่ผู้ฟ้องคดีออกจากราชการจึงฟังขึ้น ดังนั้น การที่ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีข้อหาที่หนึ่งและข้อหาที่สองออกจากสารบบความ นั้น ศาลปกครองสูงสุดไม่เห็นพ้องด้วย

02/07/2025

🔥เรื่อง : นำสืบพยานบุคคลแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อความและเอกสาร กรณีสัญญากู้ยืม

🏛️ฎีกา 6656/2567

การกู้ยืมเงินตามสำเนาสัญญากู้ยืมเงินทั่วไป 2 ฉบับ ทำขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 จำนวน 700,000 บาท และ 300,000 บาท ตามลำดับ โดยจำเลยได้รับเงินแล้วในวันทำสัญญาแล้ว 1,000,000 บาท

ต่อมาวันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 จำเลยโอนเงินให้โจทก์ 500,000 บาท #โจทก์จึงขีดแก้ไขจำนวนเงิน จาก 700,000 บาท เป็น 200,000 บาท #ในสัญญากู้ยืมเงินและลงลายมือชื่อกำกับไว้ #แต่ไม่มีการลงวันที่กำกับการแก้ไขจำนวนเงิน จึงต้องฟังว่าจำเลยทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ #โดยระบุจำนวนเงินในวันทำสัญญาเพียง 200,000 บาท

โจทก์ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อจำเลยมาแสดงว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ โดยระบุจำนวนเงินในวันทำสัญญา 700,000 บาท

การนำสืบของโจทก์ว่าจำนวนเงินกู้ที่ถูกแก้ไขมีอยู่ในวันทำสัญญา #แล้วมีการแก้ไขจำนวนเงินกู้ในภายหลัง โดยให้รับฟังจากคำเบิกความของโจทก์ #ย่อมเป็นการนำสืบพยานบุคคลเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร ต้องห้ามมิให้รับฟังพยานบุคคลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94 (ข) วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7

⭐️ #ข้อสังเกต

✅1. การที่โจทก์แก้ไขจำนวนเงินในสัญญากู้นั้น หากมีการลงลายมือชื่อกำกับการแก้ไขจำนวนเงิน และมีการลงวันที่กำกับไว้ โจทก์จะสามารถนำพยานบุคคลเข้าสืบแก้ไขข้อความในเอกสารได้หรือไม่

ความเห็นของผู้เขียน เห็นว่า ทำได้ เพราะเป็นการนำพยานบุคคลเข้าสืบอธิบายหรือขยายข้อความที่มีอยู่แล้วให้ชัดเจนขึ้นเท่านั้น เทียบเคียง ฎ.1601/2520

✅2. หากเป็นกรณีผู้กู้อ้างว่า ในสัญญากู้ยืมระบุเงินยืมไว้ 700,000 บาท แต่ได้รับเงินจริงเพียง 200,000 บาทเท่านั้น ผู้กู้สามารถนำพยานบุคคลเข้าสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสารได้ เพราะเป็นการนำสืบถึงความไม่สมบูรณ์ของหนี้ เข้าข้อยกเว้นป.วิ.พ. ม.94 วรรคสอง (สัญญากู้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมีการส่งมอบเงินกู้ตามจำนวนเงินที่กู้ยืมกันจริง) เทียบเคียง ฎ.2066/2564

22/06/2025

ป้องกัน ป.อ. 68
วางปืนไว้บนโต๊ะ/คาดว่าจะชักปืน
ยังไม่ถือว่าภยันตรายใกล้จะถึงอ้างป้องกันไม่ได้
แต่ถ้ากำลังจะคว้าปืนที่วางอยู่บนโต๊ะ/กำลังจะชักปืนจากเอว ถือว่าภยันตรายใกล้จะถึงแล้ว อ้างป้องกันได้

17/05/2025

🔥เรื่อง : ความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ
กรณีจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ ตามป.อ.334 ก็ต่อเมื่อมีการ “เอาไป“ ซึ่งทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริต

คำว่า ”เอาไป“ นั้น จะต้องมี 2 องค์ประกอบนี้ จึงจะเป็นความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ คือ

1. มีการพาทรัพย์เคลื่อนที่ไปทุกจุด หรือเรียกว่า “ มีการเคลื่อนย้ายทรัพย์ไปจากความครอบครองของผู้เสียหายแล้ว”

2. ผู้กระทำมีอำนาจเหนือทรัพย์พร้อมที่จะพาเอาไปได้ หรือเรียกว่า “เข้าถือเอาทรัพย์นั้นไปจากความครอบครองของผู้เสียหาย”

ดังนั้น หากไม่ครบองค์ประกอบทั้งสองข้อที่กล่าวมานี้ ย่อมเป็นเพียงความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

🏛️ฎีกาที่ 6371/2548

การที่จำเลยนำชุดก้านสูบรถจักรยานยนต์ออกจากที่เก็บซึ่งจำเลยไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องด้วย แล้วนำไปวางบนผ้ากันเปื้อนของจำเลย แต่เมื่อถูกทักท้วงจึงนำไปเก็บนั้น แม้การกระทำของจำเลยยังอยู่ภายในโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม แต่เป็นการนำทรัพย์ของผู้เสียหายออกจากที่เก็บของของผู้เสียหาย #เป็นการเคลื่อนย้ายทรัพย์ไปจากความครอบครองของผู้เสียหายแล้ว
การนำมาวางที่ผ้ากันเปื้อนของจำเลยก็เป็นการที่จำเลยเข้าถือเอาทรัพย์นั้นแล้ว แม้จำเลยจะยังมิได้นำออกนอกโรงงานของผู้เสียหายก็ตาม #การกระทำของจำเลยก็เป็นการเอาทรัพย์นั้นไปจากความครอบครองของผู้เสียหาย อันเป็นการกระทำผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จแล้ว

⭐️ #ข้อสังเกต
ครบองค์ประกอบข้อ 1 + ข้อ 2 แล้ว จึงเป็นความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ

🏛️ฎีกาที่ 14715/2557

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันตัดผลปาล์มของผู้เสียหายจนหล่นลงมากองอยู่บนพื้นเป็นการแยกหรือเคลื่อนที่ผลปาล์มออกจากต้น แต่ยังไม่ทันรวบรวมผลปาล์ม ผู้เสียหายก็มาพบเสียก่อน ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เข้ายึดถือเอาผลปาล์มจำนวนนั้นไว้แล้วอันเป็นการเอาไปซึ่งทรัพย์ของผู้เสียหาย กรณีจึงเป็นความผิดฐานพยายามร่วมกันลักทรัพย์เท่านั้น และถือเป็นเหตุในลักษณะคดี ศาลฎีกามีอำนาจพิพากษาให้มีผลไปถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาด้วยได้

⭐️ #ข้อสังเกต
เข้าข้อ 1 แต่ยังไม่เข้าข้อ 2 จึงเป็นความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

🏛️ฎีกาที่ 8406/2551

ขณะที่จำเลยกระชากสร้อยคอทองคำพร้อมกระดูกเลี่ยมทองของผู้เสียหาย สร้อยคอทองคำพร้อมกระดูกเลี่ยมทองที่อยู่ในมือนั้น จำเลยก็เพียงมุ่งหมายที่จะให้สร้อยคอทองคำพร้อมกระดูกเลี่ยมทองหลุดจากคอผู้เสียหาย #อันมีลักษณะเป็นเพียงแย่งการครอบครองเท่านั้น

แต่หลังจากสร้อยคอทองคำและกระดูกเลี่ยมทองขาดตกลงที่พื้นแล้ว #จำเลยก็ไม่ได้เข้ายึดถือเอาสร้อยคอทองคำพร้อมกระดูกเลี่ยมทอง #อันจะเห็นได้ว่ามีการพาทรัพย์เคลื่อนที่ไปแต่อย่างใด การกระทำดังกล่าว จึงยังไม่เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปสำเร็จ จึงเป็นพยายามชิงทรัพย์

⭐️ #ข้อสังเกต
ไม่เข้าข้อ 1 และไม่เข้าข้อ 2 จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์

13/05/2025

🔥เรื่อง : สิทธิบอกเลิกสัญญา และผลของการเลิกสัญญา

🏛️ฎีกาที่ 2569/2556

การที่โจทก์จองซื้อที่ดินและอาคารพาณิชย์จากจำเลย 2 แปลง คือแปลงหมายเลข 1314 และ 1315 โดยวางเงินจองไว้แปลงละ 100,000 บาท ย่อมถือได้ว่าเป็นการให้มัดจำและเป็นหลักฐานว่าได้ทำสัญญากันแล้วตาม ป.พ.พ. มาตรา 377 แม้ตามใบจองซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์จะมีข้อความว่าให้ทำสัญญาเป็นหนังสือต่อกัน และโจทก์จำเลยยังไม่ได้ทำก็ตาม แต่ใบจองดังกล่าวระบุราคาขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ไว้ และระบุว่าวางเงินจองจำนวน 100,000 บาท กับระบุค่าโอนกรรมสิทธิ์ให้จำเลยเป็นผู้ชำระ ซึ่งแสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์จำเลยว่าตกลงจะโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์กันต่อไป กรณีจึงมีสาระสำคัญครบถ้วนเป็นสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ระหว่างโจทก์กับจำเลย ดังนั้น ใบจองซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ทั้งสองแปลงจึงเป็นสัญญาจะซื้อจะขาย

สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ระหว่างโจทก์จำเลย #เป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อหนี้ที่ต่างต้องชำระมิได้กำหนดเวลาไว้แน่นอน ต่างฝ่ายย่อมเรียกให้อีกฝ่ายหนึ่งชำระหนี้ได้โดยพลัน โดยกำหนดระยะเวลาพอสมควร บอกกล่าวให้อีกฝ่ายชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่กำหนดขึ้นตาม ป.พ.พ. มาตรา 387 ประกอบมาตรา 369

การที่จำเลยมีหนังสือบอกกล่าวนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์แปลงหมายเลข 1314 โดยกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้โจทก์ชำระหนี้ แต่โจทก์เพิกเฉย #จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ จำเลยมีสิทธิรับเงินมัดจำ จำนวน 100,000 บาท ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 378 (2)

ส่วนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแปลงหมายเลข 1315 จำเลยบอกเลิกสัญญาโดยมิได้บอกกล่าวให้โจทก์ชำระหนี้ก่อน จึงไม่ชอบตาม ป.พ.พ. มาตรา 387
เมื่อทั้งสองฝ่ายต่างบอกเลิกสัญญาต่อกัน แม้ไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญาตามพฤติการณ์ แสดงให้เห็นเจตนาของโจทก์จำเลยว่า #สมัครใจที่จะเลิกสัญญาต่อกันโดยปริยาย สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์แปลงหมายเลข 1315 จึงไม่มีผลผูกพันกันต่อไป กรณีไม่มีฝ่ายใดผิดสัญญา จำเลยจึงไม่มีสิทธิรับเงินมัดจำจำนวน 100,000 บาท

สำหรับเงินค่าทำสัญญาที่โจทก์ชำระให้แก่จำเลยตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์สองแปลง เป็นเงินแปลงละ 100,000 บาท รวมเป็นเงิน 200,000 บาท นั้น #ไม่ใช่มัดจำ แต่เป็นการชำระราคาค่าที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์บางส่วน เมื่อสัญญาจะซื้อจะขายเลิกกันแล้ว คู่กรณีต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม ส่วนเงินที่จะต้องใช้คืนแก่กันให้บวกดอกเบี้ยเข้าด้วยคิดแต่เวลาที่ได้รับไว้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่งและวรรคสอง จำเลยจึงต้องคืนเงินมัดจำตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์แปลงหมายเลข 1315 และราคาที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ทั้งสองแปลงบางส่วนดังกล่าวที่โจทก์ชำระให้แก่จำเลยไว้พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2545 อันเป็นวันที่รับไว้เป็นต้นไป

⭐️ #ข้อสังเกต
สิทธิบอกเลิกสัญญา มีดังนี้
1.โดยข้อสัญญา
2.โดยกฎหมาย
3.โดยปริยาย

11/05/2025

🔥เรื่อง : การทิ้งฟ้อง ตามมาตรา 174(2) ป.วิ.พ.

✅กรณีโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลกำหนดนั้น ต้องมีการส่งคำสั่งศาลแก่โจทก์โดยชอบหรือถือว่าโจทก์ทราบคำสั่งศาลโดยชอบแล้ว

✅กรณีคำคู่ความหรือคำร้องมีข้อความว่า “ ข้าพเจ้ารอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว” นั้น

ถือว่าผู้ยื่นคำคู่ความหรือคำร้อง ทราบคำสั่งศาลเมื่อใด แบ่งได้เป็น 3 กรณี คือ

🏛️ 1. โดยหลักข้อความดังกล่าว #ใช้ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งในวันที่ยื่นคำคู่ความหรือคำร้อง จึงถือว่าผู้ยื่นคำคู่ความหรือคำร้องนั้นทราบคำสั่งศาลในวันที่ยื่นเลย (ฎ.2449/2535)

🏛️ 2. ถ้าศาลมีคำสั่งใน #วันอื่นมิใช่ในวันที่ยื่นคำคู่ความหรือคำร้อง จะถือว่าโจทก์ทราบคำสั่งศาลแล้วไม่ได้ ไม่เป็นการทิ้งฟ้อง (ฎ. 579/2544)

🏛️ 3. #แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ศาลนัดให้คู่ความมาฟังคำสั่งในวันอื่น การที่ศาลมีคำสั่งในวันที่ยื่นคำคู่ความนั้น ก็จะถือว่าคู่ความทราบคำสั่งศาลในวันนั้นแล้วไม่ได้ ต้องถือว่าทราบคำคำสั่งในวันที่กำหนดให้คู่ความมาฟังคำสั่งศาล (ฎ.14038/2557)

⭐️ #ข้อสังเกต
การที่คู่ความลงชื่อรับทราบว่าจะมาฟังคำสั่งศาลภายในเวลาที่กำหนด เป็นหน้าที่ของคู่ความต้องมารับทราบคำสั่งนั้นเองและถือว่าทราบคำสั่งนั้นแล้ว (ฎ.1668/2548)

05/05/2025

🔥เรื่อง : ไม่ถือว่าเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ป.วิ.พ. 142 กรณีเงินค่าทดแทน ตามป.พ.พ. 1349 vs 1352

⭐️1. #กรณีโจทก์เสนอค่าทดแทน เพื่อวางท่อน้ำตามป.พ.พ. มาตรา 1352 แม้จำเลยไม่ฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทน ศาลพิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนแก่จำเลยได้ ไม่นอกฟ้องนอกประเด็น (ฎ.423/2544)

#แต่ถ้าโจทก์ไม่เสนอค่าทดแทนให้แก่จำเลย ศาลก็ต้องพิพากษายกฟ้อง จะพิพากษาให้จำเลยยินยอมให้โจทก์วางท่อน้ำโดยกำหนดให้โจทก์จ่ายเงินค่าทดแทนไม่ได้ เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

🏛️ฎีกาที่ 1974/2552
ประเด็นข้อพิพาทในคดีจะต้องพิจารณาจากคำฟ้อง คำให้การ เป็นข้อสำคัญ มิใช่พิจารณาจากข้อเท็จจริงและการนำสืบพยานหลักฐานในชั้นพิจารณา แม้พยานโจทก์จะได้เบิกความถึงว่า มีการเสนอว่าจะให้ค่าทดแทนแก่จำเลยแล้วก็ตาม แต่ในคำฟ้องของโจทก์ไม่ได้มีการเสนอค่าทดแทนให้แก่จำเลยแต่อย่างใด คดีจึงไม่มีประเด็นว่าโจทก์ชอบที่จะใช้สิทธิตาม ป.พ.พ. มาตรา 1352 หรือไม่ เมื่อคดีไม่มีประเด็นดังกล่าวเสียแล้ว ศาลจึงไม่อาจพิจารณาพิพากษาให้จำเลยปฏิบัติตามฟ้องโจทก์และกำหนดค่าทดแทนเพื่อให้โจทก์ชำระแก่จำเลยได้เพราะเป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น พิพากษายกฟ้องโจทก์

⭐️2.ป.พ.พ. มาตรา 1349 #มิได้บังคับให้ผู้มีสิทธิผ่านทางจำเป็นในที่ดินของผู้อื่นนั้น #ต้องเสนอใช้ค่าทดแทนก่อนจึงจะใช้สิทธิได้ โจทก์มีอำนาจฟ้องเรียกเอาทางจำเป็นโดยไม่เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยก่อนได้ การที่โจทก์ไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลยและจำเลยไม่ได้ฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนจากโจทก์ คดีจึงไม่มีประเด็นที่ศาลจะวินิจฉัยเรื่องค่าทดแทน จึงชอบที่จำเลยจะไปว่ากล่าวในเรื่องค่าทดแทนจากโจทก์เป็นคดีหนึ่งต่างหาก (ฎ.74/2540)

อย่างไรก็ตาม แม้โจทก์ไม่ได้เสนอค่าทดแทนแก่จำเลย และจำเลยไม่ได้ฟ้องแย้งเรียกค่าทดแทนจากโจทก์ แต่ถ้าข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบเพียงพอที่จะพิจารณากำหนดค่าทดแทนให้ได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดค่าทดแทนที่โจทก์ต้องใช้แก่จำเลยตามป.พ.พ. 1349 ไปเสียทีเดียวได้ (ฎ. ต้องใช้ 2605/2562)

⭐️ #ข้อสังเกต
✅ เงินค่าทดแทน ตามป.พ.พ. 1352
การฟ้องขอให้เจ้าของที่ดินยินยอมให้วางท่อน้ำต้องเสนอค่าทดแทนแก่เจ้าของที่ดินมาในคำฟ้องด้วย หากไม่เสนอค่าทดแทนมาในคำฟ้อง ศาลต้องพิพากษายกฟ้อง

✅เงินค่าทดแทน ตามป.พ.พ. 1349
กฎหมายมิได้บังคับให้ผู้มีสิทธิผ่านทางจำเป็นในที่ของผู้อื่นนั้นต้องเสนอใช้ค่าทดแทนก่อนจึงจะใช้สิทธิฟ้องขอทางจำเป็นได้ แม้ไม่เสนอใช้ค่าทดแทนมาในคำฟ้องก็มีอำนาจฟ้องเรียกเอาทางจำเป็นได้

แต่ถ้าข้อเท็จจริงที่คู่ความนำสืบเพียงพอที่จะพิจารณากำหนดค่าทดแทนให้ได้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดค่าทดแทนให้โจทก์ต้องใช้แก่จำเลยไปเสียทีเดียวได้ ไม่เป็นเรื่องนอกฟ้องนอกประเด็น

26/04/2025

🔥เรื่อง : ใช้ปืนยิงยางรถจักรยานยนต์ vs ยิงยางรถยนต์ มีความรับผิดอาญาฐานใด

🏛️ ฎีกาที่ 2991/2536

จำเลยอยู่บนรถกระบะที่กำลังขับไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ที่ผู้เสียหายขับไปตามถนนซึ่งเป็นทางลูกรังแคบและขรุขระ #ใช้อาวุธปืนเล็กกล (เอ็ม.16) ยิงไปที่รถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายหลายนัด

แม้จำเลยมีเจตนายิงยางรถจักรยานยนต์ เพื่อให้รถจักรยานยนต์ล้ม #แต่จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่ากระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายได้ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงไปในลักษณะเช่นนั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า กระสุนปืนอาจถูกผู้เสียหายที่บริเวณอวัยวะสำคัญทำให้ผู้เสียหายทั้งสองถึงแก่ความตายได้ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า

🏛️ ฎีกาที่ 1086/2521

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้มีเจตนายิงผู้เสียหาย แต่การกระทำของจำเลยที่ยิงยางรถ เป็นการกระทำโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคลในภาวะเช่นจำเลยจักต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ ทั้งจำเลยอาจใช้ความระมัดระวังในการยิงได้ จำเลยก็หาได้ใช้ให้เพียงพอไม่กระสุนปืนจึงไปถูกถูกผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บสาหัส จำเลยจึงมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300

⭐️ #ข้อสังเกต
ปัญหาว่าผู้กระทำมีเจตนาทำร้ายหรือเจตนาฆ่า มีหลักการวินิจฉัยจากแนวคำพิพากษาฎีกา ดังนี้
1. ดูจากความร้ายแรงของอาวุธ
2. ดูจากอวัยวะที่ถูกกระทำ
3. ดูจากลักษณะบาดแผลที่ได้รับ
4. ดูจากพฤติการณ์แห่งการกระทำอื่นๆ ประกอบ

- ฎีกา ยิงยางรถจักรยานยนต์ ที่เป็นเล็งเห็นผล ก็เพราะความร้ายแรงของอาวุธ และพฤติการณ์ของการยิงยางรถจักรยานยนต์ซึ่งมีขนาดเล็กย่อมอาจเล็งเห็นผลได้ว่าจะถูกคนขับรถจักรยานยนต์ได้

-ฎีกา ยิงยางรถยนต์ เนื่องจากยางรถยนต์มีขนาดใหญ่ โอกาสที่จะยิงถูกผู้เสียหายมีน้อยกว่ารถจักรยานยนต์ ทั้งความร้ายแรงของอาวุธก็แตกต่างกัน จึงฟังไม่ได้ว่าเจตนาเล็งเห็นผล คงเป็นเพียงเรื่องประมาท

19/04/2025

🔥เรื่อง : ห้ามศาลพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย กรณีโทษปรับ vs โทษริบทรัพย์

🏛️ 1. กรณีกฎหมายบังคับให้ลงโทษจำคุกและปรับด้วย แต่ศาลชั้นต้นคงลงโทษจำคุก โดยไม่ลงโทษปรับด้วย แม้เป็นการไม่ชอบ ถ้าโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์หรือฎีกาขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลสูงจะกำหนดโทษปรับเพื่อให้เป็นไปตามกฏหมายไม่ได้ ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยต้องห้าม ตามป.วิ.อาญา มาตรา 212 (ฎ.1234/2556)

🏛️ 2. การริบของกลาง เมื่อโจทก์มีคำขอให้ริบของกลางแล้ว แต่คำพิพากษาของศาลชั้นต้นกลับไม่มีคำวินิจฉัยในเรื่องของกลาง เป็นการไม่ชอบด้วยมาตรา 186 (9) ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ริบของกลางได้ แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์ก็ตาม เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ตามมาตรา 195 วรรคสอง #และไม่ถือเป็นการเพิ่มโทษจำเลย #เพราะโทษริบทรัพย์เป็นโทษที่มุ่งถึงตัวทรัพย์เป็นสำคัญ (ฎ.7713/2554)

⭐️ #ข้อสังเกต

1. ถ้าโจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย
ศาลสูงจะลงโทษปรับเพิ่มไม่ได้ เพราะเป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลย ต้องห้ามตามป.วิ.อ. 212

แต่มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า กรณีศาลลงโทษจำคุกสถานเดียว ศาลอุทธรณ์แก้เป็นลงโทษปรับจำเลยอีกสถานหนึ่งด้วย แล้วให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ไม่เป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย

🏛️ฎีกาที่ 1723/2542

จำเลยที่ 1 เพียงแต่มีเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้ รับอนุญาตให้มีและใช้จากทางราชการเท่านั้น ทั้งไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าเครื่องวิทยุโทรคมนาคมของกลางเป็นเครื่องที่สามารถ ดักฟังข่าวสารราชการที่เป็นความลับของชาติได้ ประกอบกับ จำเลยที่ 1 ไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงมีเหตุอันสมควร รอการลงโทษจำคุกไว้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษศาลอุทธรณ์รอการลงโทษจำคุกไว้ แต่ลงโทษปรับ เพิ่มขึ้นอีกสถานหนึ่งด้วย มีผลให้จำเลยที่ 1 ยังไม่ต้องรับโทษจำคุก โทษที่ศาลอุทธรณ์กำหนดจึงเบากว่าโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนด จึงไม่เป็นการพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 แต่อย่างใด

2. ส่วนกรณีโทษริบทรัพย์ แม้โจทก์ไม่อุทธรณ์ขอให้เพิ่มเติมโทษจำเลย ศาลสูงก็มีอำนาจพิพากษาลงโทษริบทรัพย์ได้ ไม่ถือเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย เพราะเป็นโทษที่มุ่งถึงตัวทรัพย์เป็นสำคัญ

06/04/2025

🔥เรื่อง : ฟ้องว่าใช้เอกสารปลอมต่อบุคคลหนึ่ง ได้ความว่าเป็นการใช้เอกสารปลอมต่ออีกคนหนึ่ง เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวในฟ้อง ลงโทษจำเลยไม่ได้ ตามป.วิ.อ. 192 วรรคหนึ่ง

🏛️ฎีกาที่ 8405/2557

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้รายงานประเมินราคาที่จำเลยปลอมขึ้นยื่นต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร ก. แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยนำรายงานประเมินราคาปลอมไปใช้อ้างแสดงต่อ ธ. โดยจำเลยไม่ได้นำไปใช้ยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่ธนาคาร ก. ตามที่โจทก์ฟ้องแต่อย่างใด

จึงเป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์กล่าวมาในฟ้อง ไม่อาจลงโทษจำเลยฐานใช้เอกสารปลอมได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคหนึ่ง

ที่อยู่

Khon Kaen

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โดยชอบด้วยกฎหมายผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์