23/08/2026
CURRENT ISSUES : ศาลธัญบุรีจำคุก 4 ปี 3 จำเลยสแกมเมอร์คดีฟอกเงิน หลอกเเม่อัยการดาว
18 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลจังหวัดธัญบุรีอ่านคำพิพากษาคดีแก๊งคอลเซ็นเตอร์สวมรอยนักธุรกิจต่างชาติหลอกลวง นางบุญครอง นิปวณิชย์ มารดาของ น.ส.สุภาภรณ์ นิปวณิชย์ หรือ "อัยการดาว" อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา อดีตพนักงานอัยการผู้ทำคดีการเสียชีวิตของนักแสดงสาว แตงโม นิดา โดยขบวนการดังกล่าวใช้วิธีสวมรอยเป็นนายแฮรี่ ชาร์ด นักธุรกิจชาวเวียดนาม ติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์ สร้างความสนิทสนม หลอกให้รัก ก่อนหลอกลวงให้โอนเงินหลายสิบครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท
สำหรับคดีนี้ เป็นคดีนอกราชอาณาจักรที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้องคดีเอง โดยพนักงานอัยการจังหวัดธัญบุรี ยื่นฟ้อง น.ส.อัญชลี, นางสาวเวียงสวรรค์ (ชาวลาว), บริษัท เอ็น.เอ็น.ที. 1999 จำกัด (บริษัทปุ๋ย), นายสุพงษ์, นายธนกร และนายธนพล จำเลยที่ 1-6 ซึ่งเป็นกลุ่มถูกดำเนินคดีฐานเป็นบัญชีม้าและผู้รับโอนเงิน โดยพบว่า 1 ในจำเลย เป็นผู้บริหารโรงงานปุ๋ยในจังหวัดบุรีรัมย์ และมีเส้นทางการเงินหมุนเวียนในบัญชีหลักหลายร้อยล้านบาทกับวัยรุ่นสร้างตัวทำซื้อขายเหรียญคริปโต ในความผิดฐานร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี, ร่วมกันเป็นอั้งยี่ และร่วมกันเป็นซ่องโจร, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตและโดยหลอกลวง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ ในลักษณะที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน, สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน
มูลคดีนี้เกิดขึ้นจากการที่กลุ่มคนร้ายขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ได้สร้างโปรไฟล์ปลอมในชื่อ "แฮรี่ ชาร์ด" อ้างตัวเป็นนักธุรกิจชาวเวียดนาม ติดต่อผ่านโซเชียลมีเดียทั้ง Facebook และ WhatsApp เข้าหานางบุญครอง โดยกลุ่มคนร้ายใช้กลอุบายสร้างความสนิทสนมเชิงชู้สาว ก่อนจะหลอกว่าสั่งส่งพัสดุมาให้จากต่างประเทศ แต่พัสดุติดค้างอยู่ที่สนามบินเนื่องจากน้ำหนักเกิน จากนั้นหลอกลวงให้โอนเงินค่าธรรมเนียมและค่าดำเนินการต่างๆ หลายสิบครั้ง รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 700,000 บาท จากการสืบสวนเชิงลึก พบว่าเงินที่ถูกหลอกลวงได้ถูกโอนกระจายเข้าสู่กลุ่มจำเลยผ่านเส้นทางการเงินและการแปรสภาพสินทรัพย์ โดยจำเลยแต่ละคนมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกัน
โดยในชั้นพิจารณา โจทก์ร่วมโดยนางบุญครอง พร้อมด้วย น.ส.สุภาภรณ์ (อัยการดาว) และนายภัทรพงศ์ ไชยปุรณะ บุตรชาย ในฐานะทนายความ ได้เข้ามาร่วมดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานคู่ความเห็นว่า จำเลยที่ 1 (น.ส.อัญชลี), จำเลยที่ 2 (น.ส.เวียงสวรรค์) และจำเลยที่ 5 (นายธนกร) พยานหลักฐานและเส้นทางการเงินของโจทก์มัดแน่น โดยจำเลยที่ 1, 2 และ 5 มีการเปิดบัญชีธนาคารจำนวนมากเพื่อรับโอนเงินอันผิดปกติวิสัย และมีบัญชีที่ใช้ในการกระทำผิดนี้ จำเลยกลุ่มนี้เป็นปลายทางรับโอนเงินที่ได้มาจากการฉ้อโกงโจทก์ร่วม โดยเฉพาะจำเลยที่ 2 มีพฤติการณ์ชัดเจนในการนำเงินดังกล่าวไปซื้อขายเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี (USDT) บนแพลตฟอร์ม Binance เพื่อแปรสภาพและซุกซ่อนแหล่งที่มาที่แท้จริงของเงิน ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1, 2 และ 5
ในส่วนข้อหาฉ้อโกงประชาชน, พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ, อั้งยี่ ซ่องโจร และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ศาลยกฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า พยานหลักฐานโจทก์สืบไปได้ถึงเพียง "เส้นทางการเงินและการแปรสภาพเงิน" แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าจำเลยที่ 1, 2 หรือ 5 เป็นผู้สร้างโปรไฟล์ปลอม (Harry Chad) หรือเป็นผู้พิมพ์ข้อความนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงโจทก์ร่วมโดยตรง โจทก์ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงการรวมตัว วางโครงสร้างองค์กร หรือมีสายการบังคับบัญชาเป็นขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติอย่างชัดเจน เมื่อพยานหลักฐานของโจทก์ในข้อหาเหล่านี้ยังมีความสงสัยตามสมควร ศาลจึงอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง พิพากษายกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลย
สำหรับจำเลยที่ 3 (บริษัท เอ็น.เอ็ม.ที. 1999 จำกัด - โรงงานปุ๋ย), จำเลยที่ 4 (นายสุพงษ์ - ผู้บริหารโรงงานปุ๋ย) และนายธนพล จำเลยที่ 6 ศาลเห็นว่าแม้จะมีเส้นทางการเงินโอนผ่านเข้าบัญชี แต่พยานนำสืบของโจทก์สืบไม่ได้ว่าจำเลยกลุ่มนี้มีส่วนรู้เห็น หรือมีเจตนาร่วมทุจริตกับกลุ่มคนร้ายคอลเซ็นเตอร์มาตั้งแต่ต้น จึงยังฟังไม่ได้ว่าตั้งใจมีเจตนาฟอกเงิน ในส่วนของจำเลยที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นธุรกิจโรงงานปุ๋ยที่มีเงินหมุนเวียนหลักร้อยล้าน พยานหลักฐานยังไม่พอฟังว่าการรับโอนเงินดังกล่าวเป็นการตั้งใจร่วมมือฟอกเงินกับกลุ่มคนร้าย เมื่อพยานหลักฐานโจทก์ยังไม่สามารถพิสูจน์เจตนาทุจริตได้อย่างสิ้นสงสัย ศาลจึงพิพากษายกประโยชน์แห่งความสงสัยให้แก่จำเลยตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 227 วรรคสอง และสั่งยกฟ้องจำเลยกลุ่มนี้ทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในส่วนจำเลยที่ศาลจังหวัดธัญบุรียกฟ้องทุกข้อหา เป็นจำเลยที่ 3 และที่ 4 บริษัทปุ๋ยที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งผู้เสียหายได้รับชดใช้ค่าเสียหายแล้วบางส่วนรวม 400,000 บาท กับจำเลยที่ 6 ที่รับเงินโอนจากผู้เสียหาย และมีการเบิกถอน ATM ในห้วงเกิดเหตุที่ประเทศกัมพูชา
โดยภายหลังมีคำพิพากษา นายภัทรพงศ์ ไชยปุรณะ ทนายความและหลานชายนางบุญครอง กล่าวว่า ในส่วนคดีนี้ตนเคารพคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่คงไม่ได้ยุติที่ศาลชั้นต้นแน่นอน ในส่วนของโจทก์ร่วมสามารถอุทธรณ์ได้เพียงความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนฯ แต่ในความผิดฐานองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ อั้งยี่ ซ่องโจร ฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน เป็นอำนาจของอัยการสูงสุด เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีนอกราชอาณาจักร
ถึงแม้ศาลชั้นต้นจะมองว่าไม่ใช่คดีนอกราชอาณาจักร ทั้งที่มีการสืบได้ว่ามีการเปิดบัญชีทั้งที่สหราชอาณาจักร สหพันธ์สาธารณรัฐไนจีเรีย และผู้สั่งการมีการพูดคุยกับ น.ส.อัญชลีอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน แต่ต้องชัดเจนถึงขนาดเห็นบุคคลผู้ลงมือกี่คน และขณะกระทำผิดอยู่รัฐใด มีพิกัดอยู่ที่ใด ถึงจะหายสงสัยจนทำให้ศาลชั้นต้นลงโทษได้ ก็ถือเป็นดุลพินิจของศาลชั้นต้น ซึ่งตนก็อยากให้คดีนี้ได้ขึ้นถึงชั้นศาลฎีกา เพราะจากการศึกษาแนวคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีนี้ ในหลายข้อหาก็ยังแตกต่างจากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา และเชื่อว่าทางจำเลยที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษจำคุกก็คงอุทธรณ์เช่นกัน เชื่อว่าคดียังไม่ถึงที่สุด ตนยังเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และมีความหวังว่าอัยการสูงสุดจะได้นำคดีนี้เสนอต่อศาลอุทธรณ์ต่อไป
ในส่วนของตนได้รับมอบหมายให้อุทธรณ์คดีในความผิดฐานฉ้อโกงฯ เพราะกลายเป็นว่าทาง น.ส.อัญชลี และนายธนพล ที่รับเงินโดยตรงจากคุณยายตน ไม่มีความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงเลย ทำให้คุณยายตนไม่สามารถได้รับชดใช้เงินที่ยังไม่ได้คืนจากจำเลยได้ตามกฎหมาย ตนมองว่าถ้าเป็นเคสอื่นนอกจากผู้เสียหายจะสูญเสียเงินแล้ว ยังต้องเสียค่าใช้จ่ายในชั้นศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และฎีกาอีก ในคดีประเภทนี้จึงเป็นคดีที่น่าสงสารมาก สุดท้ายนี้ก็ขอให้กำลังใจผู้เสียหายท่านอื่นๆ เพราะเข้าใจดีว่าความสูญเสียทางทรัพย์สินนั้นเลวร้ายและน่าสงสารเพียงใด
#อัยการดาว #แก๊งสแกมเมอร์ #คอลเซ็นเตอร์ #ศาลจังหวัดธัญบุรี #เนชั่นออนไลน์