22/05/2026
“การมอบตัวกลับประเทศ” ของชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับกรณี “อยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay)” หรือถูกดำเนินการ “ผลักดันออกนอกประเทศ / เนรเทศ” นั้น ในปี 2569 หลักกฎหมายไทยยังคงมีผลในแนวทางเดิม คือมีทั้ง “ค่าปรับ”, “การกักตัว”, และ “การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist)” แล้วแต่กรณีครับ
สรุปแบบเข้าใจง่าย:
กรณีชาวต่างชาติ “มอบตัวเอง” เพราะอยู่เกินกำหนด (Overstay)
หากชาวต่างชาติเดินทางไปพบ ตม. เอง หรือเดินทางออกประเทศเองโดยสมัครใจ จะถือว่า “มอบตัว” หรือ “ออกโดยสมัครใจ”
โทษหลักคือ:
ปรับวันละ 500 บาท
สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท
อาจไม่ถูก Blacklist หาก overstay ไม่รุนแรงมากและมอบตัวเอง
แนวทาง Blacklist ของไทย (กรณีมอบตัวเอง)
Overstay ต่ำกว่า 90 วัน → ส่วนใหญ่ไม่มีแบล็กลิสต์
หลายเดือนถึงหลายปี → อาจยังไม่มีแบล็กลิสต์ หาก “มอบตัวเอง”
แต่ถ้าเกิน 5 ปี → อาจถูกห้ามเข้าประเทศ 1 ปี
กรณี “ถูกจับ” ไม่ได้มอบตัวเอง
ถ้าถูกตำรวจหรือ ตม. จับได้ก่อน เช่น
ถูกตรวจระหว่างตั้งด่าน
ถูกตรวจที่ทำงาน
ถูกจับคดีอื่นแล้วพบว่า Overstay
โทษจะหนักกว่า ได้แก่: ค่าปรับ
ถูกกักตัวในห้องกัก ตม.
ถูกผลักดันออกนอกประเทศ
ถูกขึ้น Blacklist เข้าไทยหลายปี
ระยะเวลา Blacklist โดยประมาณ
Overstay 90 วัน–1 ปี → ห้ามเข้าไทย 1 ปี
1–3 ปี → ห้ามเข้า 3 ปี
3–5 ปี → ห้ามเข้า 5 ปี
เกิน 5 ปี → ห้ามเข้า 10 ปี
ถ้ามี “คดีอาญา” ด้วย
หากชาวต่างชาติ:
ทำงานผิดกฎหมาย
หลอกลวง
ค้ายาเสพติด
คดีอาชญากรรมอื่น
จะไม่ใช่แค่ Overstay แต่จะเข้าสู่กระบวนการ:
ดำเนินคดีในศาลไทย
รับโทษจำคุก/ปรับ
จากนั้นถูก “เนรเทศ” และขึ้นบัญชีดำ
บางกรณีอาจมีการ “โอนตัวนักโทษกลับประเทศ” ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อไปรับโทษต่อที่ประเทศต้นทาง
ความต่างระหว่าง “มอบตัวกลับประเทศ” กับ “เนรเทศ”
ผลทางกฎหมาย
มอบตัวเอง / เดินทางออกเอง
สมัครใจไปพบ ตม.
โทษเบากว่า
ถูกจับและเนรเทศ
เจ้าหน้าที่จับกุม
โทษหนักกว่า + Blacklist
โอนนักโทษกลับประเทศ
นักโทษรับโทษต่อประเทศตน
ต้องมีสนธิสัญญาระหว่างรัฐ
ข้อสำคัญ
แม้จะ “มอบตัวเอง” ข้อมูล Overstay จะยังถูกบันทึกในระบบ ตม. ไทย และอาจมีผลต่อ:
การขอวีซ่าใหม่
การกลับเข้าประเทศไทยในอนาคต
การขอวีซ่าประเทศอื่นบางประเทศ
www.bdsintelligentservice.com
Line verified account .service
#เช็คหมายจับ