bds.intelligent.service

bds.intelligent.service ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก bds.intelligent.service, กฎหมาย, Bangkok.

ที่ปรึกษาทางกฎหมายบริการยื่นตรวจสอบเกี่ยวกับเอกสารวีซ่าตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้สมัครงานนิติบุคคล/บุคคลธรรมดา/หนังสือสิ้นสุดคดี/มอบตัวกลับไทย/โดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน/สืบทรัพย์/คัดเอกสาราชการพร้อมรับรอง/รวดเร็วทันใจ/อยู่ที่ใดในโลกก็ใช้บริการเราได้ เราเป็นตัวแทนยื่นตรวจสอบประวัติอาชญากรสำหรับนายจ้างนิติบุคคลแบบมืออาชีพและบุคคลธรรมดา รับจัดทำเอกสารใบรับรองความประพฤติ เอกสารเกี่ยวกับราชการ เอกสารแต่

งงาน ขอใบสิ้นสุดคดี ประสานงานประกันตัว มอบตัวกลับไทย จัดหาทนายความ ปรึกษากฎหมาย สำหรับคนไทยที่อยู๋ต่างประเทศและในไทย รวมถึงงานสืบทรัพย์ ตรวจตรวจคูู่ค้าทางธุรกิจ งานติดตามหมายจับศาล

“การมอบตัวกลับประเทศ” ของชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับกรณี “อยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay)” หรือถูก...
22/05/2026

“การมอบตัวกลับประเทศ” ของชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งโดยทั่วไปจะเกี่ยวข้องกับกรณี “อยู่เกินกำหนดวีซ่า (Overstay)” หรือถูกดำเนินการ “ผลักดันออกนอกประเทศ / เนรเทศ” นั้น ในปี 2569 หลักกฎหมายไทยยังคงมีผลในแนวทางเดิม คือมีทั้ง “ค่าปรับ”, “การกักตัว”, และ “การขึ้นบัญชีดำ (Blacklist)” แล้วแต่กรณีครับ
สรุปแบบเข้าใจง่าย:
กรณีชาวต่างชาติ “มอบตัวเอง” เพราะอยู่เกินกำหนด (Overstay)
หากชาวต่างชาติเดินทางไปพบ ตม. เอง หรือเดินทางออกประเทศเองโดยสมัครใจ จะถือว่า “มอบตัว” หรือ “ออกโดยสมัครใจ”
โทษหลักคือ:
ปรับวันละ 500 บาท
สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท
อาจไม่ถูก Blacklist หาก overstay ไม่รุนแรงมากและมอบตัวเอง
แนวทาง Blacklist ของไทย (กรณีมอบตัวเอง)
Overstay ต่ำกว่า 90 วัน → ส่วนใหญ่ไม่มีแบล็กลิสต์
หลายเดือนถึงหลายปี → อาจยังไม่มีแบล็กลิสต์ หาก “มอบตัวเอง”
แต่ถ้าเกิน 5 ปี → อาจถูกห้ามเข้าประเทศ 1 ปี
กรณี “ถูกจับ” ไม่ได้มอบตัวเอง
ถ้าถูกตำรวจหรือ ตม. จับได้ก่อน เช่น
ถูกตรวจระหว่างตั้งด่าน
ถูกตรวจที่ทำงาน
ถูกจับคดีอื่นแล้วพบว่า Overstay
โทษจะหนักกว่า ได้แก่: ค่าปรับ
ถูกกักตัวในห้องกัก ตม.
ถูกผลักดันออกนอกประเทศ
ถูกขึ้น Blacklist เข้าไทยหลายปี
ระยะเวลา Blacklist โดยประมาณ
Overstay 90 วัน–1 ปี → ห้ามเข้าไทย 1 ปี
1–3 ปี → ห้ามเข้า 3 ปี
3–5 ปี → ห้ามเข้า 5 ปี
เกิน 5 ปี → ห้ามเข้า 10 ปี
ถ้ามี “คดีอาญา” ด้วย
หากชาวต่างชาติ:
ทำงานผิดกฎหมาย
หลอกลวง
ค้ายาเสพติด
คดีอาชญากรรมอื่น
จะไม่ใช่แค่ Overstay แต่จะเข้าสู่กระบวนการ:
ดำเนินคดีในศาลไทย
รับโทษจำคุก/ปรับ
จากนั้นถูก “เนรเทศ” และขึ้นบัญชีดำ
บางกรณีอาจมีการ “โอนตัวนักโทษกลับประเทศ” ตามสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เพื่อไปรับโทษต่อที่ประเทศต้นทาง
ความต่างระหว่าง “มอบตัวกลับประเทศ” กับ “เนรเทศ”
ผลทางกฎหมาย
มอบตัวเอง / เดินทางออกเอง
สมัครใจไปพบ ตม.
โทษเบากว่า
ถูกจับและเนรเทศ
เจ้าหน้าที่จับกุม
โทษหนักกว่า + Blacklist
โอนนักโทษกลับประเทศ
นักโทษรับโทษต่อประเทศตน
ต้องมีสนธิสัญญาระหว่างรัฐ
ข้อสำคัญ
แม้จะ “มอบตัวเอง” ข้อมูล Overstay จะยังถูกบันทึกในระบบ ตม. ไทย และอาจมีผลต่อ:
การขอวีซ่าใหม่
การกลับเข้าประเทศไทยในอนาคต
การขอวีซ่าประเทศอื่นบางประเทศ
www.bdsintelligentservice.com
Line verified account .service
#เช็คหมายจับ

ความเพิ่มความรู้กัน🌍 INTERPOL คืออะไร? ทำไมหลายคนได้ยินคำว่า “หมายแดง” แล้วตกใจหลายคนอาจเคยได้ยินข่าวว่า“ถูกออก Red Noti...
21/05/2026

ความเพิ่มความรู้กัน
🌍 INTERPOL คืออะไร? ทำไมหลายคนได้ยินคำว่า “หมายแดง” แล้วตกใจ
หลายคนอาจเคยได้ยินข่าวว่า
“ถูกออก Red Notice โดย INTERPOL”
แล้วเข้าใจว่าเป็น “หมายจับสากล” ที่ตำรวจทั่วโลกจะเข้าจับทันที
แต่ความจริงแล้ว INTERPOL ไม่ใช่ “ตำรวจโลก” และไม่มีอำนาจจับกุมใครโดยตรงครับ
📌 INTERPOL หรือ องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ
เป็นศูนย์กลางแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและประสานงานด้านอาชญากรรมระหว่างประเทศสมาชิกกว่า 195 ประเทศ
หน้าที่หลักคือ: ✅ แลกเปลี่ยนข้อมูลผู้ต้องหา
✅ แจ้งเตือนภัยอาชญากรรมข้ามชาติ
✅ สนับสนุนการติดตามตัวบุคคล
✅ เชื่อมโยงฐานข้อมูลระหว่างประเทศ
สิ่งที่สำคัญของ INTERPOL คือระบบ “NOTICE” หรือหมายแจ้งเตือนระหว่างประเทศ ซึ่งมีหลายสีและหลายวัตถุประสงค์
🔴 Red Notice (หมายแดง)
ใช้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาหรือผู้ต้องโทษที่หลบหนี เพื่อรอการส่งผู้ร้ายข้ามแดน
⚠️ ไม่ใช่หมายจับสากลโดยตรง แต่หลายประเทศใช้เป็นเหตุจับกุมชั่วคราวได้
🔵 Blue Notice (หมายน้ำเงิน)
ใช้ติดตามข้อมูล ที่อยู่ หรือความเคลื่อนไหวของบุคคล
ยังไม่ใช่ขั้นตอนจับกุม
🟢 Green Notice (หมายเขียว)
แจ้งเตือนว่าบุคคลดังกล่าวมีพฤติกรรมอันตราย หรือมีแนวโน้มก่อเหตุซ้ำ
🟡 Yellow Notice (หมายเหลือง)
ใช้ค้นหาคนหาย เด็กสูญหาย หรือบุคคลที่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้
⚫ Black Notice (หมายดำ)
ใช้ระบุตัวศพที่ไม่ทราบชื่อ
🟣 Purple Notice (หมายม่วง)
แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบ วิธีการ หรือเทคนิคของอาชญากรรม
🟠 Orange Notice (หมายส้ม)
เตือนภัยเกี่ยวกับวัตถุหรือเหตุการณ์อันตราย เช่น วัตถุระเบิด หรือภัยก่อการร้าย
📌 สรุปง่าย ๆ
INTERPOL มีหน้าที่ “ประสานข้อมูล” ระหว่างประเทศ
ส่วนการจับกุมจริง ยังเป็นอำนาจของตำรวจและศาลในแต่ละประเทศ
ดังนั้นคำว่า “ติด INTERPOL” จึงไม่ได้หมายความว่า “มีความผิดแล้ว” เสมอไป เพราะแต่ละ Notice มีวัตถุประสงค์ต่างกัน และบางประเภทใช้เพียงเพื่อสืบสวนหรือติดตามข้อมูลเท่านั้น

#เช็คหมายจับ #ตรวจประวัติคดีอาญา

✈️ ครม.ยกเลิก ฟรีวีซ่า 60 วัน กลับไปใช้เกณฑ์เดิม 30 วัน | วันใหม่ ไทยพีบีเอสชาวต่างชาติบางส่วนสะท้อนความเห็นในโลกออนไลน์...
20/05/2026

✈️ ครม.ยกเลิก ฟรีวีซ่า 60 วัน กลับไปใช้เกณฑ์เดิม 30 วัน | วันใหม่ ไทยพีบีเอส
ชาวต่างชาติบางส่วนสะท้อนความเห็นในโลกออนไลน์ หลัง ครม.มีมติยกเลิก #ฟรีวีซ่า 60 วัน และให้กลับไปใช้เกณฑ์เดิม 30 วัน โดยหลังจากนี้จะพิจารณาทบทวนมาตรการการตรวจลงตราเป็นระยะให้ครอบคลุมทุกมิติและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เช็กลิสต์ 54 ประเทศจ่อได้ฟรีวีซ่าอยู่ไทยไม่เกิน 30 วัน.การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ (19 พ.ค.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอให้ทบทวนมาตรการยกเว้นการตรวจลงตรา (วีซ่า) นอกจากการให้ยกเลิกสิทธิยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ทำงานหรือติดต่อธุรกิจระยะสั้นไม่เกิน 60 วัน (ผ.60) จำนวน 93 ประเทศ/ดินแดน เนื่องจากการให้ระยะเวลา 60 วัน อาจเป็นช่องโหว่ให้ชาวต่างชาติเข้ามาก่ออาชญากรรมในไทย โดยอาศัยมาตรการดังกล่าว แต่ไม่ได้เข้ามาในประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยวการทบทวนมาตรการดังกล่าว ยังกำหนดให้มีการ ปรับปรุงเป็นมาตรการยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ไม่เกิน 30 วัน (ผ.30) โดยให้สิทธิแก่ 54 ประเทศ/ดินแดน ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีความสำคัญทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งมีสถิติปัญหาสแกมเมอร์ และอาชญากรรมอื่นๆ ค่อนข้างน้อย...
1. ประกอบด้วย 1. ออสเตรเลีย 2. ออสเตรีย 3. บาห์เรน 4. เบลเยียม 5. ภูฏาน 6. บรูไนดารุสซาลาม 7. แคนาดา 8. เช็ก 9. เดนมาร์ก 10. เอสโตเนีย 11. ฟีจี 12. ฟินแลนด์ 13. ฝรั่งเศส 14. จอร์เจีย 15. เยอรมนี 16. กรีซ 17. ฮังการี 18. ไอซ์แลนด์ 19. อินโดนีเซีย 20. ไอร์แลนด์ 21. อิสราเอล 22. อิตาลี 23. ญี่ปุ่น 24. จอร์แดน 25. คูเวต 26. คีร์กีซสถาน 27. ลัตเวีย 28. ลิกเตนสไตน์ 29. ลิทัวเนีย 30. ลักเซมเบิร์ก 31. มาเลเซีย 32. เนเธอร์แลนด์ 33. นิวซีแลนด์ 34. นอร์เวย์ 35. โอมาน 36. ฟิลิปปินส์ 37. โปแลนด์ 38. โปรตุเกส 39. กาตาร์โรมาเนีย 41. ซาอุดีอาระเบีย 42. สิงคโปร์ 43. สโลวัก 44. สโลวีเนีย 45. แอฟริกาใต้ 46. สเปน 47. สวีเดน 48. สวิตเซอร์แลนด์ 49. ตุรกี 50. ไต้หวัน 51. ยูเครน 52. สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 53. สหราชอาณาจักร 54. สหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ให้จัดทำ สิทธิยกเว้นวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว ไม่เกิน 15 วัน (ผ.15) โดยให้สิทธิแก่ 3 ประเทศ/ดินแดน ได้แก่ มัลดีฟส์ มอริเชียส และเซเชลส์ ทั้งนี้ กำหนดเงื่อนไขการยกเว้นวีซ่าให้คนต่างด้าวสามารถเดินทางเข้าไทยทางช่องทางบก (เต็มสิทธิ) ได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ต่อปีปฏิทิน ยกเว้นคนสัญชาติที่รัฐมนตรีกำหนด และขยายระยะเวลาพำนักในราชอาณาจักรได้ 1 ครั้ง จำนวนไม่เกิน 15 วัน
www.bdsintelligentservice.com
Line verified account .service
#ฟรีวีซ่า #เช็คหมายจับ #ตรวจประวัติคดีอาญา #กระทรวงการต่างประเทศ

ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย (ป.วิ.อ.) "หมายจับ" จะต้องออกโดยศาลเท่านั้น โดยหากจำแนกตามแนวทางปฏิบัติและข้อกฎหมาย ส...
19/05/2026

ตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของไทย (ป.วิ.อ.) "หมายจับ" จะต้องออกโดยศาลเท่านั้น โดยหากจำแนกตามแนวทางปฏิบัติและข้อกฎหมาย สามารถแบ่งออกได้เป็น **2 รูปแบบหลัก** ตามสถานะของบุคคลในคดี และตามเหตุผลในการออกหมาย ดังนี้ครับ
# # 1. แบ่งตามขั้นตอนของคดีและสถานะของบุคคล (ทางปฏิบัติ)
หากแบ่งตามช่วงเวลาของกระบวนการยุติธรรมและสถานะของผู้ที่ถูกออกหมาย จะแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก คือ
* **หมายจับผู้ต้องหา (ชั้นสอบสวน):**
ออกในขั้นตอนที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐาน และยังไม่มีการฟ้องศาล เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหาและทำการสอบสวน
* **หมายจับจำเลย (ชั้นพิจารณาของศาล):**
ออกหลังจากที่พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลแล้ว แต่จำเลยมีพฤติการณ์หลบหนี ไม่ยอมมาศาลตามนัด หรือผิดนัดสัญญาประกันตัว (หนีประกัน)
* **หมายจับตามคำพิพากษา (เพื่อนำตัวมารับโทษ):**
ออกในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรืออ่านคำพิพากษาลับหลังแล้วจำเลยหลบหนี ไม่มารับโทษตามคำสั่งศาล เจ้าหน้าที่จึงออกหมายเพื่อตามจับตัวมาเข้าเรือนจำ
# # 2. แบ่งตามเหตุผลและเกณฑ์ในการออกหมายจับ (ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 66)
หากแบ่งตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดให้ศาลใช้ดุลพินิจในการออกหมายจับ จะมี 2 ประเภทหลัก คือ
* **คดีที่มีอัตราโทษสูง (โทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี):**
เมื่อมีหลักฐานตามสมควรว่าบุคคลนั้นน่าจะกระทำความผิดอาญาที่มีโทษจำคุกเกิน 3 ปี ศาลสามารถออกหมายจับได้ทันทีโดยไม่จำเป็นต้องออกหมายเรียกก่อน
* **คดีที่มีพฤติการณ์หลบหนี (โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือมีเหตุเฉพาะ):**
ใช้กับคดีที่โทษไม่สูงมาก (ไม่เกิน 3 ปี) แต่มีหลักฐานว่าน่าจะกระทำความผิด และมีเหตุอันควรเชื่อว่า **จะหลบหนี, ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุอันตรายประการอื่น**
> *ข้อสังเกต:* หากบุคคลนั้นไม่มาตาม "หมายเรียก" หรือ "หมายนัดของศาล" โดยไม่มีข้อแก้ตัวอันสมควร กฎหมายให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าบุคคลนั้น "มีพฤติการณ์หลบหนี" ซึ่งเป็นเหตุให้ศาลออกหมายจับได้เช่นกัน
>
**เกรดความรู้เพิ่มเติม:** หมายจับที่ออกโดยศาลไทยจะมีอายุความตามความผิดในแต่ละคดี หากหมดอายุความแล้วจะไม่สามารถใช้จับกุมได้อีก และหากเจ้าหน้าที่จับกุมตัวบุคคลตามหมายได้แล้ว หรือคดีขาดอายุความ หมายจับนั้นก็จะสิ้นผลไปโดยปริยาย
Line verified account .service
#เช็คหมายจับ #เช็คประวัติอาชญากรรม #ตรวจประวัติคดีอาญา #ความรู้กฎหมาย #หมายจับ

ทำไมเราต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พนักงานที่ทำงานใกล้ชิดเกี่ยวกับด้านการเงิน การดูแลความปลอดภัยหรือแม้แต่ตำแหน่ง พี่เลี...
17/05/2026

ทำไมเราต้องตรวจสอบประวัติอาชญากรรม พนักงานที่ทำงานใกล้ชิดเกี่ยวกับด้านการเงิน การดูแลความปลอดภัยหรือแม้แต่ตำแหน่ง พี่เลี้ยงเด็ก แม่บ้าน คนขับรถ พนักงานรักษาความปลอดภัย ทุกๆปี.
เพราะเนื่องจากเราไม่ทราบเลยว่าในระหว่างปีนั้นๆพนักงานเหล่านี้ได้มีประวัติคดีอาญาใหม่ที่มีในลักษณะเสี่ยงต่อหน้าที่การงานหรือไม่เพื่อเป็นหลักการพิจารณาในการมอบหมายงานในปีนั้นๆและเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับนายจ้าง.
สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ให้ลงลายมือชื่อในใบสมัครงานทุกครั้งให้อนุญาตให้นายจ้างหรือบริษัทสามารถส่งตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในระหว่างตลอดการจ้างงานนั้นได้เสมอ .ให้ทำเอกสารอนุญาตยินยอมให้ชัดเจน
www bdsintelligent.com
Line verified account .service
#เช็คหมายจับ #เช็คประวัติอาชญากรรม #ตรวจประวัติคดีอาญา #กองทะเบียนประวัติอาชญากร #ความรู้กฎหมาย

จากข่าวดังล่าสุด ที่ตำรวจบุกจับแม่บ้านที่ ยกเค้าบ้านนายจ้าง โดยที่ตัวแม่บ้านนั้นมีหมายจับมาตั้งปี 2565 ในคดีลักทรัพย์ .....
15/05/2026

จากข่าวดังล่าสุด ที่ตำรวจบุกจับแม่บ้านที่ ยกเค้าบ้านนายจ้าง โดยที่ตัวแม่บ้านนั้นมีหมายจับมาตั้งปี 2565 ในคดีลักทรัพย์ ...โดยมาทำงานโดยที่เจ้าทุกข์ไม่ทราบประวัติมาก่อน ดังนั้นตามที่ เจ้าหน้าที่แนะนำคือ นายจ้างควรตรวจตอบประวัติอาชญากร ก่อนเสมอ และให้ผู้สมัครงานยินยอมในเอกสารสมัครงานเสมอโดยที่สำคัญนายจ้างต้องตรวจเอง เพื่อป้องกันเอกสารปลอม
ติดตามข้อมูลดีมีประโยชน์
Line verified account .service
#เช็คประวัติอาชญากรรม #เช็คหมายจับ #ความรู้กฎหมาย #เตือนภัยมิจฉาชีพ #หมายจับ

แม้ไม่ได้ทำผิด แต่ถ้าบัญชีถูกใช้ทำธุรกรรมต้องห้ามก็เสี่ยงถูกอายัด รู้จักความหมายของ “บัญชีม้า” แต่ละสี เพื่อป้องกันไม่ให...
13/05/2026

แม้ไม่ได้ทำผิด แต่ถ้าบัญชีถูกใช้ทำธุรกรรมต้องห้ามก็เสี่ยงถูกอายัด รู้จักความหมายของ “บัญชีม้า” แต่ละสี เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ
หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์กดโอนเงินแล้วไม่สำเร็จ ก่อนจะได้รับข้อความจากธนาคารว่า “บัญชีถูกอายัดชั่วคราว” ความรู้สึกแรกคือความตกใจและสับสน เพราะเจ้าของบัญชีไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วเหตุใดจึงถูกอายัด? คำตอบคือ บัญชีอาจอยู่ในระหว่างการตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับบัญชีม้า หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่มิจฉาชีพใช้ทำอาชญากรรมทางการเงิน
“บัญชีม้า” หมายถึงบัญชีธนาคารที่ถูกใช้รับหรือโอนเงินจากการกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการหลอกลวงออนไลน์ การฉ้อโกง การพนัน หรือการฟอกเงิน เจ้าของบัญชีบางรายอาจเป็นผู้ร่วมขบวนการโดยตรง แต่หลายกรณีกลับเป็นคนธรรมดาที่ถูกหลอก ถูกจ้าง หรือถูกชักชวนให้เปิดบัญชี เช่น มีผู้เสนอค่าตอบแทนเพื่อให้เปิดบัญชีแทน หรือขอเช่าบัญชีเพื่อใช้โอนเงินเพียงช่วงสั้น ๆ บางครั้งเพียงแค่ส่งสำเนาบัตรประชาชนหรือข้อมูลส่วนตัวให้คนแปลกหน้า ก็อาจถูกนำไปเปิดบัญชีม้าโดยไม่รู้ตัวสิ่งที่น่ากังวลคือ แม้เจ้าของบัญชีจะไม่มีเจตนาทุจริต แต่หากบัญชีถูกใช้ทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย เจ้าของบัญชีก็จะถูกมองว่า “มีส่วนเกี่ยวข้อง” โดยอัตโนมัติ บางคนอาจเคยโอนเงินไปยังบัญชีม้าโดยไม่รู้ หรือบางคนอาจเคยได้รับเงินจากบัญชีม้าโดยไม่ตั้งใจ สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนว่าปัจจุบันบัญชีม้าอาละวาด เพราะยังมีการปล่อยให้บัญชีม้ายังสามารถใช้บัญชีไปซื้อขายสินค้าได้ตามปกติ ผลกระทบที่ตามมาจึงตกอยู่กับผู้บริสุทธิ์
บัญชีม้า 5 สี คืออะไร
ไปรู้จักกับสีของแต่ละบัญชีม้า ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยแบ่งบัญชีม้าออกเป็นหลายระดับสีสถานะความอันตราย เริ่มจาก ม้าน้ำตาลอ่อน ซึ่งเป็นบัญชีน่าสงสัยที่มีธุรกรรมผิดปกติ ต่อด้วย ม้าน้ำตาลเข้ม ที่มีความผิดปกติชัดเจน และ ม้าเทาอ่อน ที่มีผู้เสียหายร้องเรียนแต่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบหลักฐานก็จะถูกยกระดับเป็น ม้าเทาเข้ม เป็นบัญชีม้าที่ได้รับการยืนยันแล้ว และร้ายแรงที่สุดคือ ม้าดำ ที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินและอาชญากรรมรุนแรง ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า แม้เพียงความผิดปกติเล็กน้อย ธนาคารก็สามารถติดตาม ตรวจสอบ และนำไปสู่การอายัดบัญชีได้เมื่อบัญชีถูกระบุว่าเป็นบัญชีม้า เจ้าของบัญชีจะต้องเผชิญกับบทลงโทษทางกฎหมายที่ไม่อาจมองข้ามได้ เช่น หากขายหรือให้เช่าบัญชี อาจถูกจำคุกสูงสุด 3 ปี หรือปรับถึง 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากเป็นผู้จัดหาหรือโฆษณาเพื่อหาคนมาเปิดบัญชี จะมีโทษหนักขึ้น คือจำคุก 2 – 5 ปี หรือปรับ 200,000 – 500,000 บาท กฎหมายถือว่าการกระทำเหล่านี้คือการสนับสนุนการฟอกเงินและอาชญากรรมโดยตรง
เราจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่าเปิดบัญชีให้คนอื่นใช้ ไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดก็ตาม นอกจากนี้ ควรเก็บรักษาข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน และบัตรประชาชนอย่างรัดกุม อย่าส่งเอกสารสำคัญให้บุคคลที่ไม่รู้จัก หากพบธุรกรรมผิดปกติ เช่น มีเงินโอนเข้ามาโดยไม่ทราบที่มา รีบแจ้งธนาคารและแจ้งความกับตำรวจทันที เพื่อหยุดความเสียหายก่อนบานปลาย
ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกอายัดบัญชีโดยไม่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า สามารถโทรแจ้งสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 กด 2 เพื่อให้ธนาคารปลดระงับบัญชี ปัจจุบันใช้เวลาเพียง 3 – 4 ชั่วโมงต่อรอบ และยังสามารถติดต่อสถานีตำรวจทุกพื้นที่เพื่อดำเนินการแก้ไขได้
www.bdsintelligentservice.com
Line verified account .service
#เช็คหมายจับ #กฎหมายต้องรู้ #ตรวจสอบคดีอาญา #เตือนภัยออนไลน์ #บัญชีม้า

ยิงแอดต้องรู้ตัวตน" กฏใหม่สกัดมิจฉาชีพ ประเทศไทย "เอาจริง" กำกับแพลตฟอร์มคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ออก “...
11/05/2026

ยิงแอดต้องรู้ตัวตน" กฏใหม่สกัดมิจฉาชีพ ประเทศไทย "เอาจริง" กำกับแพลตฟอร์ม
คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ออก “มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)” ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อยกระดับการควบคุมโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการสกัดโฆษณาหลอกลวงและบัญชีมิจฉาชีพที่ใช้ระบบยิงโฆษณาเข้าถึงผู้บริโภคในไทย
ปิดเกม “มิจฉาชีพยิงแอด” บังคับ KYC ทุกโฆษณา
เริ่มบังคับใช้ พ.ย. 69 กำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ต้องตรวจสอบและยืนยันตัวตน (KYC) ผู้ลงโฆษณาทุกรายก่อนเผยแพร่โฆษณา
มาตรการนี้ครอบคลุมถึงผู้ลงโฆษณาจากต่างประเทศ หากตั้งเป้าหมายโฆษณามายังผู้ใช้งานในไทย ก็ต้องผ่านกระบวนการยืนยันตัวตนตามกฎหมายไทย
แพลตฟอร์มผู้ให้บริการโฆษณาต้องรับผิดชอบโดยตรงและอาจถูกดำเนินคดี หากปล่อยให้มีการลงโฆษณาโดยไม่ผ่านการยืนยันตัวตนตามที่กฎหมายกำหนด
คณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) ออก “มาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2)” ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อยกระดับการควบคุมโฆษณาบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะการสกัดโฆษณาหลอกลวงและบัญชีมิจฉาชีพที่ใช้ระบบยิงโฆษณาเข้าถึงผู้บริโภคในไทย

สาระสำคัญของมาตรการใหม่ กำหนดให้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปิดให้มีการลงโฆษณาแบบมีค่าใช้จ่าย ต้องดำเนินการตรวจสอบและยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา (KYC) ก่อนเผยแพร่โฆษณาทุกครั้ง เว้นแต่ผู้ใช้งานจะเคยผ่านการยืนยันตัวตนมาแล้วภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
การยืนยันตัวตนสามารถดำเนินการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ การสแกนใบหน้าคู่กับบัตรประชาชนผ่านระบบ Face Recognition หรือการใช้ระบบ Digital ID ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มยังต้องจัดเก็บข้อมูลของผู้ลงโฆษณา รวมถึงบุคคลที่ชำระเงินค่าโฆษณาแทน ไว้ไม่น้อยกว่า 90 วันหลังสิ้นสุดการเผยแพร่โฆษณา เพื่อให้หน่วยงานรัฐสามารถตรวจสอบย้อนหลังและติดตามตัวผู้กระทำผิดได้หากเกิดความเสียหาย
กฎหมายดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ภายใน 180 วันหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา หรือราวต้นเดือนพฤศจิกายน 2569
ประกาศยังระบุให้ผู้ลงโฆษณาที่เป็นชาวต่างชาติสามารถใช้หนังสือเดินทาง (Passport) หรือเอกสารรับรองนิติบุคคลจากต่างประเทศเพื่อยืนยันตัวตนได้ ทำให้การเปิดบัญชีโฆษณาปลอมเพื่อยิงแอดหลอกลวงคนไทยทำได้ยากขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาระความรับผิดชอบจะถูกผลักไปยังแพลตฟอร์มโดยตรง หากปล่อยให้มีโฆษณาหลอกลวงเผยแพร่ในไทยโดยไม่ได้ดำเนินการ KYC ผู้ลงโฆษณาตามที่กฎหมายกำหนด แพลตฟอร์มอาจถูกดำเนินมาตรการทางกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจสอบและบทลงโทษตามกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
www.bdsintelligentservice.com
Line verified account .service
#เช็คหมายจับ #ตรวจสอบคดีอาญา #กฎหมายต้องรู้ #สแกมเมอร์ #มาตรการป้องกันอาชญากรรมออนไลน์

โดยปกติแล้ว พินัยกรรมถือเป็นความลับส่วนบุคคล และไม่สามารถตรวจสอบได้โดยพลการจนกว่าผู้ทำพินัยกรรมจะเสียชีวิตครับ เพื่อป้อง...
10/05/2026

โดยปกติแล้ว พินัยกรรมถือเป็นความลับส่วนบุคคล และไม่สามารถตรวจสอบได้โดยพลการจนกว่าผู้ทำพินัยกรรมจะเสียชีวิตครับ เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งหรือการแทรกแซงเจตนารมณ์ของเจ้าของมรดก
รายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบพินัยกรรมมีดังนี้ครับ:
1. ในขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมยังมีชีวิตอยู่
• เป็นความลับที่สุด: พินัยกรรมจะถูกเก็บรักษาไว้โดยผู้ทำพินัยกรรม หรือฝากไว้กับบุคคลที่ไว้วางใจ ทนายความ หรือธนาคาร
• การตรวจสอบ: ไม่สามารถเช็คได้ เว้นแต่เจ้าของพินัยกรรมจะอนุญาตหรือเปิดเผยด้วยตนเอง
• พินัยกรรมแบบเขียนเอง/ฝ่ายเมือง: หากทำที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ (พินัยกรรมฝ่ายเมือง) เจ้าหน้าที่ก็จะรักษาเป็นความลับ และจะให้เฉพาะตัวผู้ทำพินัยกรรมเท่านั้นที่มีสิทธิ์คัดลอกหรือขอตรวจสอบ
2. เมื่อผู้ทำพินัยกรรมเสียชีวิตแล้ว
เมื่อมีการเสียชีวิต พินัยกรรมจะถูกเปิดเผยตามขั้นตอนกฎหมายเพื่อจัดการมรดก โดยผู้ที่มีสิทธิ์ตรวจสอบได้แก่:
• ทายาทโดยธรรม: ผู้ที่มีสิทธิ์รับมรดกตามกฎหมาย
• ผู้รับพินัยกรรม: บุคคลที่มีชื่อระบุให้ได้รับทรัพย์สินในพินัยกรรม
• ผู้จัดการมรดก: บุคคลที่ถูกแต่งตั้งให้ทำหน้าที่รวบรวมและแบ่งปันทรัพย์สิน
• ส่วนราชการ: หากเป็นพินัยกรรมฝ่ายเมือง ทายาทสามารถนำมรณบัตรไปติดต่อที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่คาดว่าผู้ตายได้ทำพินัยกรรมไว้เพื่อขอตรวจสอบได้
วิธีการเช็คพินัยกรรม (กรณีเสียชีวิตแล้ว)
1. สำรวจที่บ้านหรือตู้เซฟ: มักเป็นจุดแรกที่เก็บเอกสารสำคัญ
2. ติดต่อทนายความประจำตัว: หากผู้ตายมีทนายความดูแลด้านกฎหมาย
3. ตรวจสอบที่ที่ว่าการอำเภอ/สำนักงานเขต: ในกรณีที่สงสัยว่ามีการทำ "พินัยกรรมฝ่ายเมือง" หรือ "พินัยกรรมแบบเอกสารลับ" ไว้กับทางราชการ
ข้อควรระวัง: การแอบเปิดพินัยกรรมของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่ อาจมีความผิดทางกฎหมายหรือส่งผลต่อความเชื่อมั่นในครอบครัวได้ครับ
Line verified account .service
www.bdsintelligentservice.com
#กฎหมายต้องรู้ #เช็คหมายจับ #เช็คประวัติอาชญากรรม #ตรวจสอบคดีอาญา #พินัยกรรม

ไขข้อสงสัย ชื่ออยู่ใน "ทะเบียนบ้านกลาง" เกิดจากอะไร และทำบัตรประชาชนได้หรือไม่หากท่านเคยสงสัยว่าเหตุใดชื่อของบุคคลใดบุคค...
09/05/2026

ไขข้อสงสัย ชื่ออยู่ใน "ทะเบียนบ้านกลาง" เกิดจากอะไร และทำบัตรประชาชนได้หรือไม่
หากท่านเคยสงสัยว่าเหตุใดชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่งจึงถูกย้ายไปอยู่ใน "ทะเบียนบ้านกลาง" และเมื่อมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางแล้วจะสามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้หรือไม่
สาเหตุของการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านกลาง
ทะเบียนบ้านกลาง คือ ทะเบียนที่สำนักทะเบียนจัดทำขึ้นเพื่อลงรายการของบุคคลที่ไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปกติ (ท.ร.14) ด้วยสาเหตุหลายประการ ดังนี้:
* เจ้าบ้านย้ายออกโดยไม่ทราบที่อยู่ใหม่: กรณีที่เจ้าบ้านทำการย้ายชื่อบุคคลออกจากทะเบียนบ้านของตน แต่ไม่ทราบว่าบุคคลนั้นย้ายไปอยู่ที่ใด ทำให้ไม่สามารถย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านปลายทางได้ ชื่อของบุคคลนั้นจึงถูกย้ายไปพักไว้ที่ทะเบียนบ้านกลาง
* บ้านถูกรื้อถอนหรือไม่มีเลขที่บ้าน: ในกรณีที่บ้านเดิมถูกรื้อถอน ทะเบียนบ้านถูกจำหน่าย หรือบ้านที่อาศัยอยู่ยังไม่มีการกำหนดเลขที่บ้าน ทำให้ชื่อของผู้อยู่อาศัยในบ้านนั้นๆ ถูกย้ายเข้าสู่ทะเบียนบ้านกลาง
* บุคคลที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นเวลานาน: ผู้ที่เดินทางไปพำนักอาศัยอยู่ต่างประเทศเป็นระยะเวลานาน และไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านใดในประเทศไทย อาจถูกย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านกลางได้
* บุคคลที่มีหมายจับ: ในกรณีที่บุคคลใดมีหมายจับจากหน่วยงานราชการและยังไม่สามารถติดตามตัวได้ภายใน 180 วัน ชื่อของบุคคลนั้นจะถูกย้ายเข้าทะเบียนบ้านกลาง
* แจ้งย้ายที่อยู่เกินกำหนด: เมื่อแจ้งย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิมแล้ว แต่ไม่ได้ดำเนินการแจ้งย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด
* รายการบุคคลตกหล่นหรือซ้ำซ้อน: เกิดจากความผิดพลาดของข้อมูลในระบบทะเบียนราษฎร ทำให้มีชื่อตกหล่นหรือซ้ำซ้อนกับบุคคลอื่น
ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ทำบัตรประชาชนได้หรือไม่?
คำตอบคือ ไม่สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้
บุคคลที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางจะไม่สามารถขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ หรือต่ออายุบัตรเดิมได้ เนื่องจากสถานะของบุคคลในทะเบียนบ้านกลางยังไม่ถูกยืนยันที่อยู่และสถานะบุคคลที่ชัดเจนตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการออกบัตรประจำตัวประชาชน
หากท่านมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางและต้องการทำบัตรประจำตัวประชาชน จะต้องดำเนินการย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านกลางเข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านปกติ (ท.ร.14) เสียก่อน โดยมีขั้นตอนดังนี้:
* หาบ้านที่จะย้ายชื่อเข้า: ท่านต้องติดต่อเจ้าบ้านที่ยินยอมให้ย้ายชื่อของท่านเข้าทะเบียนบ้านของเขา
* เตรียมเอกสาร: เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวประชาชนใบเดิม (ถ้ามี) สูติบัตร หรือเอกสารอื่นๆ ที่ทางราชการออกให้ และเอกสารของเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้า
* ติดต่อสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ: เดินทางไปยังสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่ทะเบียนบ้านปลายทางตั้งอยู่ เพื่อดำเนินการแจ้งย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านกลางและย้ายเข้าทะเบียนบ้านใหม่
* ทำบัตรประชาชนใหม่: หลังจากที่ชื่อของท่านได้ย้ายเข้าทะเบียนบ้านปกติเรียบร้อยแล้ว ท่านจึงจะสามารถยื่นคำร้องขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใบใหม่ได้
การมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิและการทำธุรกรรมต่างๆ ดังนั้น หากทราบว่าตนเองมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ควรรีบดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านปกติโดยเร็วที่สุด
คนไทยในต่างประเทศ ทำบัตรประชาชนได้หรือไม่?
สำหรับคนไทยที่พำนักอาศัยในต่างประเทศ และมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านปกติ (ท.ร.14) ไม่ได้อยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ยังคงสามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนใบใหม่ได้ แต่มีเงื่อนไขและข้อกำหนดที่ต้องพิจารณา โดยสามารถสรุปกรณีที่สามารถทำได้และทำไม่ได้ ดังนี้
กรณีที่สามารถทำบัตรประชาชนในต่างประเทศได้
โดยทั่วไปแล้ว ท่านสามารถติดต่อขอทำบัตรประจำตัวประชาชนใบใหม่ได้ที่สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ของไทย ในบางประเทศที่เปิดให้บริการจัดทำบัตรประชาชน โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นกรณีต่อไปนี้:
* บัตรเดิมหมดอายุ: สามารถยื่นขอทำบัตรใหม่ได้ โดยทั่วไปสามารถทำล่วงหน้าได้ 60 วันก่อนบัตรหมดอายุ
* บัตรหายหรือถูกทำลาย: หากทำบัตรประชาชนสูญหายหรือถูกทำลายจนใช้การไม่ได้ สามารถยื่นเรื่องขอทำบัตรใหม่ได้
* บัตรชำรุด: กรณีที่บัตรมีสภาพชำรุดในสาระสำคัญ เช่น รูปถ่ายเลือนลาง ชิปการ์ดเสียหาย สามารถขอทำบัตรใหม่ได้
* มีการแก้ไขข้อมูลในทะเบียนราษฎร: หากท่านมีการเปลี่ยนแปลงชื่อตัว ชื่อสกุล หรือที่อยู่ในทะเบียนบ้านที่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว สามารถนำหลักฐานมายื่นขอแก้ไขข้อมูลในบัตรและทำบัตรใบใหม่ได้
สิ่งสำคัญที่ต้องทราบ:
* ผู้ที่สามารถทำบัตรในต่างประเทศได้ จะต้องเป็นผู้ที่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชนใบแรกในประเทศไทยมาก่อนแล้ว
* ปัจจุบัน มีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ใน 29 ประเทศทั่วโลกที่เปิดให้บริการทำบัตรประชาชนได้ ควรตรวจสอบกับสถานทูต/สถานกงสุลในประเทศที่ท่านพำนักอยู่โดยตรงว่าเปิดให้บริการหรือไม่
กรณีที่ไม่สามารถทำบัตรประชาชนในต่างประเทศได้
มีบางกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการทำบัตรประจำตัวประชาชนที่สถานทูตหรือสถานกงสุลในต่างประเทศได้ และจำเป็นต้องเดินทางกลับมาดำเนินการที่ประเทศไทยเท่านั้น ได้แก่:
* การทำบัตรประชาชนครั้งแรก: สำหรับบุคคลสัญชาติไทยที่ไม่เคยมีบัตรประจำตัวประชาชนมาก่อน (เช่น เกิดในต่างประเทศและเพิ่งเพิ่มชื่อเข้าทะเบียนบ้าน หรือมีอายุครบเกณฑ์แต่ยังไม่เคยทำบัตร) จะต้องกลับไปยื่นคำขอทำบัตรครั้งแรกที่สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อเก็บข้อมูลชีวมาตร (ลายนิ้วมือ) เข้าระบบเป็นครั้งแรก
* ชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง: ดังที่กล่าวไปในคำถามก่อนหน้า หากชื่อของท่านถูกย้ายไปอยู่ในทะเบียนบ้านกลาง จะไม่สามารถทำบัตรประชาชนได้ ไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ ต้องดำเนินการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้านปกติก่อน
* ข้อมูลในฐานระบบไม่ชัดเจน: กรณีที่บัตรประชาชนหมดอายุเป็นเวลานานมาก จนข้อมูลภาพถ่ายหรือข้อมูลยืนยันตัวตนอื่นๆ ในฐานระบบทะเบียนราษฎรไม่มีความชัดเจนเพียงพอ เจ้าหน้าที่อาจไม่สามารถดำเนินการให้ได้และอาจต้องให้กลับไปยืนยันตัวตนที่ประเทศไทย
สรุป
หากท่านอยู่ต่างประเทศและมีชื่อในทะเบียนบ้านปกติ ท่านสามารถทำบัตรประชาชนใบใหม่ได้ในกรณีที่บัตรหมดอายุ หาย ชำรุด หรือมีการแก้ไขข้อมูล โดยต้องติดต่อสถานทูต/สถานกงสุลไทยที่เปิดให้บริการ แต่ท่านจะไม่สามารถทำบัตรได้หากเป็นการทำบัตรครั้งแรกในชีวิต หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง ซึ่งกรณีเหล่านี้จำเป็นต้องกลับมาดำเนินการที่ประเทศไทยเท่านั้น
Line verified account .service #เช็คหมายจับ #เช็คประวัติอาชญากรรม #กฎหมายต้องรู้ #ความรู้กฎหมาย
#ทะเบียนบ้านกลาง

กรมที่ดิน ตอบชัด ใครบ้างมีสิทธิรับ ‘มรดกที่ดิน’ ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ขั้นคลายข้อสงสัย “กรมที่ดิน” ตอบชัด ใครบ้างมีสิทธิรั...
08/05/2026

กรมที่ดิน ตอบชัด ใครบ้างมีสิทธิรับ ‘มรดกที่ดิน’ ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ขั้น
คลายข้อสงสัย “กรมที่ดิน” ตอบชัด ใครบ้างมีสิทธิรับ ‘มรดกที่ดิน’ ทั้งกรณีมีพินัยกรรม และกรณีไม่มีพินัยกรรม พร้อมเช็กลำดับทายาทโดยธรรม 6 ขั้น
หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า หากเจ้าของทรัพย์สินเสียชีวิตโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ การแบ่ง “มรดกที่ดิน” จะเป็นไปตามกฎหมาย โดยสิทธิจะตกแก่ “ทายาทโดยธรรม” ตามลำดับที่กำหนดไว้ ซึ่งผู้ที่อยู่ในลำดับก่อน จะมีสิทธิได้รับมรดกก่อนลำดับถัดไป
สำหรับการพิจารณาสิทธิในมรดกที่ดิน แบ่งออกเป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่ กรณีมีพินัยกรรม และกรณีไม่มีพินัยกรรม ดังนี้
กรณีมีพินัยกรรม
หากเจ้ามรดกได้ทำพินัยกรรมไว้ ผู้ที่มีชื่อระบุในพินัยกรรมจะมีสิทธิได้รับมรดกเป็นลำดับแรก โดยการแบ่งทรัพย์สินจะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ทำพินัยกรรม ซึ่งกฎหมายให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
กรณีไม่มีพินัยกรรม
หากไม่มีการจัดทำพินัยกรรม กฎหมายกำหนด “ทายาทโดยธรรม” ไว้ 6 ลำดับ ได้แก่
ลำดับที่ 1 ผู้สืบสันดาน เช่น บุตร หลาน เหลน
ลำดับที่ 2 บิดา มารดา
ลำดับที่ 3 พี่น้องร่วมบิดา และมารดาเดียวกัน
ลำดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดาเดียวกัน
ลำดับที่ 5 ปู่ ย่า ตา ยาย
ลำดับที่ 6 ลุง ป้า น้า อา
ทั้งนี้ หากมีทายาทในลำดับก่อนอยู่แล้ว ทายาทในลำดับถัดไปจะไม่มีสิทธิรับมรดก
ขณะที่ “คู่สมรส” ที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย จะมี #พินัยกรรม สิทธิได้รับมรดกร่วมกับทายาทโดยธรรมทุกลำดับ โดยสัดส่วนการได้รับขึ้นอยู่กับที่กฎหมายกำหนด ถือเป็นการคุ้มครองสิทธิของคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย ที่มาข้อมูล กรมที่ดิน
Line verified account .service

#เช็คหมายจับ #เช็คประวัติอาชญากรรม #ตรวจสอบคดีอาญา #กฎหมายต้องรู้

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ bds.intelligent.serviceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง bds.intelligent.service:

แชร์

ประเภท