บริษัท บารมี ดีเทคทีฟ แอนด์ ลีกัล จำกัด

  • Home
  • บริษัท บารมี ดีเทคทีฟ แอนด์ ลีกัล จำกัด

บริษัท บารมี ดีเทคทีฟ แอนด์ ลีกัล จำกัด สืบทรัพย์ บังคับคดี เร่งรัดหนี้สิน ทั่วประเทศ

บริษัท บารมี ดีเทคทีฟ แอนด์ ลีกัล จำกัด............................................................................
(22) ประกอบกิจการเร่งรัดหนี้สิน สืบทรัพย์ บังคับคดีตามคำพิพากษา ขายทอดตลาดทรัพย์สิน
(23) ประกอบกิจการเพื่อรับจ้างทำของ ตามวัตถุประสงค์ให้แก่บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ส่วนราชการและองค์กรต่างๆ
(24) ประกอบกิจการให้บริการเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมาย จัดหาทนายความทั้งคดีแพ่งและอาญา รับช่วงคดี

ความ
(25) ประกอบกิจการให้บริการด้านนักสืบ ติดตามพฤติกรรมบุคคล เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องคดีต่างๆ สืบติดตามผู้ต้องหา/จำเลย/หมายจับหนีประกัน
(26) ประกอบกิจการให้บริการรักษาความปลอดภัย ดูแลสถานที่และทรัพย์สินแก่หน่วยงานราชการและเอกชน
(27) ประกอบกิจการรับซื้อหรือรับโอนสิทธิเรียกร้องหนี้หรือสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงิน หรือบริษัทเอกชน หรือนิติบุคคลอื่น ตลอดจนหลักประกันทรัพย์สินนั้น เพื่อนำมาบริหาร หรือจำหน่ายจ่ายโอนออกไป

15/12/2025

ข้าราชการมีพฤติกรรมเชิงชู้สาวแม้ไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนก็เป็นความผิดวินัยร้ายแรง
.. ในเรื่องนี้ ศาลปกครองสูงสุด ได้เคยมีคำวินิจฉัยว่า เมื่อผลสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนสรุปว่า ผู้ฟ้องคดีมีพฤติกรรมความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับผู้ใต้บังคับบัญชา แม้จะไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าถึงขั้นมีความสัมพันธ์ทางเพศหรือไม่ แต่การยอมลงชื่อรับสารภาพเกี่ยวกับความสัมพันธ์ฉันชู้สาวของผู้ฟ้องคดีต่อหน้านายกเทศมนตรีและจากถ้อยคำพยานถึงพฤติกรรมของผู้ฟ้องคดีกับผู้ใต้บังคับบัญชาในระยะเวลา 10 เดือนที่มีการพูดโทรศัพท์ติดต่อกันทั้งกลางวันและกลางคืน การไปพักในห้องเดียวกันหรือไม่ก็ตามทั้งในจังหวัดและต่างจังหวัดของทั้งคู่และจากถ้อยคำพยานเพื่อนร่วมงานผู้หญิงในที่ทำงานหลายปากซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้ฟ้องคดีที่ไม่น่าไว้วางใจในเรื่องชู้สาว และแม้จะอ้างว่าขณะเกิดเหตุพิพาทครอบครัวของทั้งสองฝ่ายอยู่ด้วยกันเป็นปกติสุข ก็ไม่อาจนำมาอ้างให้ผู้ฟ้องคดีพ้นจากความผิดไปได้ เพราะผู้ฟ้องคดีในฐานะพนักงานเทศบาลต้องรักษาชื่อเสียงของตน และรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งข้าราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย โดยไม่กระทำการใด ๆ อันได้ชื่อว่าประพฤติชั่วตามข้อ 19 ของประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาล เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษ ทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 1 มีนาคม 2545 เมื่อผู้ฟ้องคดีมีพฤติกรรมฉันชู้สาวกับหญิง ซึ่งเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่มีคู่สมรสตามกฎหมายอยู่แล้ว แม้จะไม่มีพยานหลักฐานชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์ทางเพศก็ตาม แต่การดำเนินการทางวินัยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์โดยปราศจากข้อสงสัยถึงการกระทำความผิดดังเช่นในคดีอาญาจึงจะถือว่าเป็นความผิดวินัย ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นผู้กระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง
_______________
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อบ. 41/256

เครดิต เพจกฎหมายใกล้มอ

15/12/2025

เมื่อสามี ภรรยา ได้สมรสกันอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว คู่สมรสเกิดนอกใจเรา อีกฝ่ายหนึ่งจะทำอะไรได้บ้าง

1. ฟ้องหย่า เพราะการนอกใจ เป็นเหตุให้ฟ้องหย่าได้ แต่จะต้องไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ หรือแสดงให้เห็นว่าได้ให้อภัยในการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่งแล้ว
2. เมื่อหย่าแล้ว ฝ่ายที่ไม่ได้นอกใจสามารถเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสที่นอกใจได้
3. เมื่อหย่าแล้ว ฝ่ายที่ไม่ได้นอกใจ สามารถเรียกค่าทดแทนจากชู้หรือเมียน้อยได้
4. ถ้าไม่อย่า ฝ่ายที่ไม่ได้นอกใจเรียกค่าทดแทนจากชู้หรือเมียน้อยได้
ถ้าฝ่ายหญิงนอกใจ ฝ่ายชายเรียกค่าทดแทนจากชู้ได้
ถ้าฝ่ายชายนอกใจ ฝ่ายหญิงเรียกค่าทดแทนจากเมียน้อยได้ ถ้าเมียน้อยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว เช่น ไม่เคยออกงานสังคม หรือแนะนำให้บุคคลอื่นรู้จักในฐานะภริยา แต่ไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างเปิดเผย อยู่ในบ้านในแหล่งชุมชนด้วยกันในเวลากลางคืน ขับรถรับส่งเมื่อไปทำกิจธุระหรือซื้ออาหารด้วยกัน เป็นต้น (ฎ6516/2552)

ควรฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ความจริง ป้องกันการหมดอายุความนะครับ ส่วนค่าทดแทนนั้น ศาลจะวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 1523 เมื่อศาลพิพากษาให้หย่ากันเพราะเหตุตาม มาตรา 1516 (1) ภริยาหรือสามี มีสิทธิได้รับค่าทดแทนจากสามีหรือภริยาและจากผู้ซึ่งได้รับการอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง หรือผู้ซึ่งเป็นเหตุแห่งการหย่านั้น
สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้และ ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผย เพื่อแสดงว่าตน มีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้
ถ้าสามีหรือภริยายินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจให้อีกฝ่ายหนึ่งกระทำการตาม มาตรา 1516 (1) หรือให้ผู้อื่นกระทำการตามวรรคสอง สามีหรือภริยานั้นจะ เรียกค่าทดแทนไม่ได้

มาตรา 1529 สิทธิฟ้องร้องโดยอาศัยเหตุใน มาตรา 1516 (1) (2) (3) หรือ (6) หรือ มาตรา 1523 ย่อมระงับไปเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วัน ผู้กล่าวอ้างรู้หรือควรรู้ความจริงซึ่งตนอาจยกขึ้น กล่าวอ้าง

Cr.กฎหมายอาสา

มีชู้ กับเป็นชู้วันนี้ขอนำความผิดวินัยของข้าราชการมาเปรียบเทียบกับเอกชนชู้ แปลว่า “คู่รัก ผู้ล่วงประเวณี การล่วงประเวณีเ...
23/11/2025

มีชู้ กับเป็นชู้

วันนี้ขอนำความผิดวินัยของข้าราชการมาเปรียบเทียบกับเอกชน

ชู้ แปลว่า “คู่รัก ผู้ล่วงประเวณี การล่วงประเวณี

เป็นชู้ แปลว่า “ชายที่ไปล่วงประเวณีเมียเขา”

มีชู้ แปลว่า “หญิงที่ยังมีสามีอยู่ไปล่วงประเวณีกับชายอื่น” (รวมถึงหญิงไม่มีสามีแต่ไปล่วงประเวณีกับชายที่มีภรรยาอยู่แล้วด้วย-ศาลฎีกาใช้คำนี้)

ชู้สาว แปลว่า “รักๆ ใครๆ เชิงกามารมณ์”

ราชการนั้นความผิดวินัยโดยการไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผัว หรือเมียคนอื่นถึงขนาดเป็น “ชู้” เป็นความผิดฐาน “ประพฤติชั่วร้ายแรง”

โดยหมายความรวมถึงผัวเมียที่แต่งงานออกหน้าออกตาไม่จดทะเบียนสมรสด้วย (อ้างถึงการประชุม ก.พ. ครั้งที่ ๙/๒๕๒๑ ลว ๕ ตค. ๒๕๒๑)

การมีชู้ หรือเป็นชู้เป็นเรื่องการร่วมประเวณีกับหญิงอื่นหรือชายอื่นที่มีสามีหรือภรรยาอยู่แล้ว ซึ่งสำนักงาน ก.พ. เคยวินิจฉัยว่าการอ้างว่า “ทั้งสองฝ่ายสมัครใจมิใช่เหตุอันจะนำมาลดหย่อนโทษถึงออกจากราชการ ซึ่งจะเป็นปลดออก หรือไล่ออกก็แล้วแต่กรณี (อ้างถึง สำนักมาตรฐานวินัย สำนักงาน ก.พ. อุทาหรณ์ก่อนทำผิด ชู้กับวินัย)

นอกจากนั้น การพิจารณาอาจคำนึงว่าได้ปฎิบัติงานอะไร เป็นแบบอย่างของสังคมหรือไม่ เช่น ครู หรือเจ้าหน้าที่กระทรวงวัฒนธรรม หรือศาสนา หรือแพทย์ พยาบาล ฯ ซึ่งงานเหล่านี้เมื่อพิจารณาจากหลัก “วิญญูชน” แล้ว ย่อมเป็นที่คาดหวังเพราะเป็นแบบอย่างแก่สังคม

อย่างไรก็ตาม หากเป็นงานที่ไม่ได้เป็นแบบอย่างของสังคม เช่น ตำรวจ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฯ หากมิได้ถึงขนาดที่ทำให้ครอบครัวแตกแยกโทษก็อาจไม่ถึงขนาดไล่ออก

เอกชน... มีคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5609/2542 ซึ่งเป็นคดีคลาสสิคมาก

คดีนี้นายจ้างมีระเบียบข้อบังคับเพื่อเป็นแนวทางให้พนักงานของจำเลยละเว้นหรือหลีกเลี่ยงการกระทำอันเป็นการก่อให้เกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง ทรัพย์สินผลประโยชน์ของโรงแรม หรือการกระทำอันเป็นการขัดต่อศีลธรรมประเพณีอันดีงามพนักงานทุกคน

โดยลูกจ้างจะต้องไม่กระทำการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับดังกล่าวทั้งในเวลาทำงานหรือนอกเวลาทำงาน ขณะที่อยู่ภายในหรือภายนอกสถานที่ทำงาน

ถ้าพนักงานกระทำการใดที่อาจทำให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายแก่ชื่อเสียงหรือในทางอื่นใดแล้ว จำเลยย่อมมีอำนาจพิจารณาลงโทษตามระเบียบข้อบังคับได้

โจทก์ซึ่งเป็นพนักงานของโรงแรมจำเลยมีชู้กับพนักงานชายซึ่งเป็นช่างประจำโรงแรมของจำเลย แม้จะไม่ได้เกิดขึ้นภายในบริเวณโรงแรม หรือในเวลาทำงานก็ถือได้ว่าเป็นการไม่รักษาเกียรติและเป็นการประพฤติชั่ว ซึ่งเป็นการละเมิดต่อศีลธรรมอันดีอย่างร้ายแรง

โดยเฉพาะภริยาของพนักงานช่างชู้ของโจทก์ทนพฤติกรรมดังกล่าวของสามีและโจทก์ไม่ไหว จึงได้ไปตามหาสามีถึงโรงแรมจำเลยและร้องเรียนต่อจำเลย ในที่สุดครอบครัวต้องแตกแยก

และเป็นที่รู้กันทั่วไปในหมู่พนักงานโรงแรมของจำเลย การกระทำของโจทก์และชายชู้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการปกครองบังคับบัญชาพนักงานโรงแรมของจำเลย รวมทั้งชื่อเสียงของโรงแรมจำเลยด้วย เนื่องจากโจทก์มีตำแหน่งฝ่ายบริหารเป็นถึงผู้จัดการแผนกต้อนรับ แต่กลับมีความประพฤติชั่วเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่พนักงานอื่น ๆ

การกระทำของโจทก์จึงเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรงตาม ม ๑๑๙(๔)

จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะเหตุดังกล่าว จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ และกรณีไม่เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายแก่โจทก์

ข้อสังเกต
๑) วินัยเอกชน มีหลักว่าอาจกำหนดวินัย “ในช่วงเวลางาน” หรือ “ในสถานที่ทำงาน” และคดีนี้แม้จะนอกเวลางาน หรือสถานที่ทำงาน แต่ก็อาจกำหนดวินัยไปถึงพฤติกรรมส่วนตัวได้ เรียกว่า “หลักความจำเป็น”

๒) คดีนี้นายจ้างมีข้อบังคับเขียนกว้างๆ ว่า “การกระทำอันเป็นการขัดต่อศีลธรรมประเพณีอันดีงาม” ก็ย่อมมีความหมายรวมถึงการมีชู้ หรือเป็นชู้ด้วย

๓) วินัยอาจกำหนดโดยแบ่งเป็น ๓ กลุ่มคือ วินัยทั่วไป วินัยเฉพาะตำแหน่ง และวินัยเฉพาะกิจการ จากคดีนี้ ถือเป็นวินัยทั่วไปที่ลูกจ้างจะต้องประพฤติอยู่บนหลักความดีงามของสังคม ซึ่งลูกจ้างหญิงในคดีนี้ไป “มีชู้” กับชายอื่นที่มีภรรยาอยู่แล้ว และยังก่อให้เกิดความแตกแยกแก่ครอบครัวผู้อื่น จึงเป็นเรื่องร้ายแรงเช่นเดียวกับวินัยราชการ

๔) นอกจากนี้ยังอาจถูกฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายเพราะเหตุมีชู้ เป็นชู้

๕)  หากเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ในบางอาชีพอาจถูกร้องเรียนให้เพิกถอนใบอนุญาติใด้

เรียกได้ว่าโดนหลายเด้งเลย ทั้งๆ ที่ต้อนเป็นชู้ หรือมีชู้เด้งไม่กี่ทีเอง ...อุ๊บ!!!

โดยสรุป ทั้งวินัยราชการและวินัยเอกชน เห็นว่าการมีชู้ หรือเป็นชู้ “เป็นวินัยร้ายแรง” ราชการอาจปลดออก หรือไล่ออก ส่วนเอกชนเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า และเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

เครดิต เพจกฎหมายแรงงาน

กรณีที่สามีหรือภรรยาที่เป็นราชการ มีชู้หรือมีเมียน้อย เราสามารถร้องเรียนเอาผิดทางวินัยได้ ซึ่งโทษสูงสุดคือไล่ออก อันนี้ห...
23/11/2025

กรณีที่สามีหรือภรรยาที่เป็นราชการ มีชู้หรือมีเมียน้อย เราสามารถร้องเรียนเอาผิดทางวินัยได้ ซึ่งโทษสูงสุดคือไล่ออก อันนี้หลายคนคงรู้แล้ว แล้วจะร้องเรียนยังไงดี จะใช้อะไรบ้าง ต้องใช้ทนายความหรือไม่ มาดูกัน
1 ไม่ต้องใช้ทนายความหรือนักกฎหมาย สามารถร้องเรียนได้ด้วยตัวเอง
2 การร้องเรียนต้องมีหลักฐาน ให้รวบรวมหลักฐานที่มีทั้งหมด พอที่จะทำให้คณะกรรมการเชื่อได้ว่า มีพฤติกรรมนอกใจจริงๆ เช่น รูปถ่าย คลิป พยานบุคคลที่เห็นว่าพักอาศัยอยู่ด้วยกัน เป็นต้น
3 ทำเป็นหนังสือ (เหมือนเขียนจดหมายธรรมดา) ส่งถึงผู้บังคับบัญชา ไม่ว่าจะเป็นผู้อำนวยการ หรืออธิบดี ผู้ว่าการ แล้วแต่กรณี ทำได้ทั้งนั้น แล้วแนบหลักฐานไปด้วย
4 ในหนังสือ ต้องระบุให้ชัดเจน ใครทำอะไรที่ไหนยังไง มีพฤติกรรมมีชู้มีเมียน้อยยังไง
5 รอติดตามผล คงต้องใช้เวลา เพราะเค้าต้องตั้งคณะกรรมการมาสอบสวน กว่าจะตั้งกรรมการ กว่าจะสอบสวน กว่าจะเสร็จ คงไม่ต่ำกว่า 1 เดือน
การร้องเรียน อาจทำให้สามีหรือภรรยาของผู้ร้องถูกทำโทษถึงขั้นตกงานได้ ส่วน จะลงโทษไล่ออกหรือไม่หรือลงโทษหนักเพียงใด เป็นอยู่ที่การพิจารณาของหน่วยงาน ซึ่งมีโทษสูงสุดคือไล่ออกเลย
ทนายรัชพล ศิริสาคร
โทร 09-5756-3521
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
มาตรา 82 ข้าราชการพลเรือนต้องกระทำการอันเป็นข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้
(10) ต้องรักษาชื่อเสียงของตนและรักษาเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนมิให้เสื่อมเสีย
มาตรา 84 ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดไม่ปฏิบัติตามข้อปฏิบัติตามมาตรา 82 ผู้นั้นเป็นผู้กระทำผิดวินัย
มาตรา 85 การกระทำผิดวินัยในลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง
(4) กระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง
มาตรา 88 วรรคสอง โทษทางวินัยมี 5 สถานดังต่อไปนี้
(1) ภาคทัณฑ์
(2) ตัดเงินเดือน
(3) ลดเงินเดือน
(4) ปลดออก
(5) ไล่ออก
ขอบคุณเจ้าของภาพ ภาพประกอบเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
#ทนายรัชพล #ศิริสาคร #สายตรงกฎหมาย #กฎหมายสามัญประจำบ้าน #ชมรมสนับสนุนการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
อาจเป็นรูปภาพของ 1 คน, ผม และข้อความพูดว่า "ราชการคบชู้มีเมียน้อย โทษสูงสุดไล่ออก ร้อง เรียน ได้ ไม่ ต้อง ไม่ต้องใช้ทนาย ใช้ เพจ สายตรงกฎหมาย โทร 09-5756-3521 ทนายรัชพล รัชพล ทนาย ศิริสาคร
สายตรงกฎหมาย
สำนักงานกฎหมายและทนายความ

23/11/2025
ต้องมีหลักฐานแน่นหนาคาหนังคาเขาหรือคาเตียงหรือไม่แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง จะบัญญัติว่าสามีจะเ...
23/11/2025

ต้องมีหลักฐานแน่นหนาคาหนังคาเขาหรือคาเตียงหรือไม่แม้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 วรรคสอง จะบัญญัติว่า

สามีจะเรียกค่าทดแทนจากผู้ซึ่งล่วงเกินภริยาไปในทำนองชู้สาวก็ได้ และภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้

คำว่าภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว

คำว่า โดยเปิดเผย ต้อง เปิดเผยถึงขนาดไหน
ต้องถึงขนาด สามีพาไปแนะนำให้สังคมรับรู้ พาออกงาน ออกหน้าออกตา หรือทำอย่างอื่นให้สังคมรับรู้ เช่น ถ่ายรูบจูบกอดลงใน Facebook เลยหรือเปล่า ถึงจะฟ้องหญิงชู้ได้

แต่ถ้า
สามีไม่เปิดเผย เช่น เช่าห้องให้อยู่เงียบๆ
ไม่แสดงให้คนอื่นรู้ , ไม่มีรูปถ่าย ไม่หลักฐาน มีแต่พยานบุคคลที่พอจะรู้เรื่องราว

ภรรยาจะฟ้องได้หรือไม่
ศาลฎีกาได้มีตัวอย่างในคำพิพากษา ว่า พฤติการณ์แค่ไหน ที่เรียกว่า ”หญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาว

โดยไม่จำเป็นต้องมีพยานหลักฐานชนิด นอนกกเกยกอด หรือคาเตียง เช่น
สามีโจทก์ไปพบจำเลยที่บ้านเช่าของจำเลยในช่วงเวลากลางคืนบ่อยครั้ง
โดยขับรถมาเองหรือมาพร้อมกับจำเลยก็ตาม บางครั้งก็นอนพักค้างคืนที่บ้านจำเลยและกลับออกมาในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น
สามีโจทก์ยังมีกุญแจที่ใช้เปิดประตูเข้าออกบ้านจำเลยได้เอง แม้ในยามกลางดึก
จำเลยเป็นหญิงที่แต่งงานมีสามีแล้ว ยินยอมให้สามีโจทก์ซึ่งเป็นชายอื่นเข้าออกบ้านจำเลยในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง รวมทั้งให้มานอนค้างคืนที่บ้านแล้วออกจากบ้านไปช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยบางครั้งมีการแต่งกายออกไปทำงานพร้อมกัน

พฤติการณ์เช่นนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าพฤติการณ์เช่นนี้เป็นการที่จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์แล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 964/2562

คำฟ้องโจทก์ขอเรียกค่าทดแทนจากจำเลย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า “ภริยาจะเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าตนมีความสัมพันธ์กับสามีในทำนองชู้สาวก็ได้” จากพฤติการณ์ที่สามีโจทก์ไปพบจำเลยที่บ้านเช่าของจำเลยในช่วงเวลากลางคืนบ่อยครั้ง โดยขับรถมาเองหรือมาพร้อมกับจำเลยก็ตาม บางครั้งก็นอนพักค้างคืนที่บ้านจำเลยและกลับออกมาในตอนเช้าของวันรุ่งขึ้น อีกทั้งสามีโจทก์ยังมีกุญแจที่ใช้เปิดประตูเข้าออกบ้านจำเลยได้เอง แม้ในยามกลางดึกซึ่งเป็นเวลาที่จำเลยเข้านอนแล้วก็สามารถเข้าบ้านจำเลยโดยไม่ต้องรอให้จำเลยเปิดประตูบ้านให้ อันแสดงให้เห็นว่าจำเลยกับสามีโจทก์มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันมากกว่าที่จะเป็นเพียงนายจ้างหรือลูกจ้างกันตามปกติธรรมดา การที่จำเลยเป็นหญิงที่แต่งงานมีสามีแล้ว ยินยอมให้สามีโจทก์ซึ่งเป็นชายอื่นเข้าออกบ้านจำเลยในเวลากลางคืนบ่อยครั้ง รวมทั้งให้มานอนค้างคืนที่บ้านแล้วออกจากบ้านไปช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น โดยบางครั้งมีการแต่งกายออกไปทำงานพร้อมกัน ย่อมทำให้เพื่อนบ้านหรือบุคคลอื่นที่พบเห็นถึงพฤติกรรมระหว่างจำเลยกับสามีโจทก์เข้าใจได้ว่า จำเลยกับสามีโจทก์มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกัน พฤติการณ์เช่นนี้เป็นการที่จำเลยได้แสดงตนโดยเปิดเผยเพื่อแสดงว่าจำเลยมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับสามีโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคสอง

ที่มา ทค.เกิดผล แก้วเกิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2590/2561                 จำเลยที่ 2 มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ทางชู้สาวอันเป็นการล่วงเกินในทางชู้...
23/11/2025

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2590/2561


จำเลยที่ 2 มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ทางชู้สาวอันเป็นการล่วงเกินในทางชู้สาวต่อจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ยังเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ สิทธิของโจทก์ตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่ขณะที่ยังไม่มีการหย่า แม้ภายหลังมีการจดทะเบียนหย่ากันแล้วสิทธิในการฟ้องก็หาได้หมดสภาพหรือถูกลบล้างตามไปด้วยไม่ โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว

สรุปคือ ถึงแม้จะหย่ากันแล้ว ก็สามารถฟ้องเมียน้อย หรือชู้เรียกค่าทดแทนได้นั่นเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2590/2561

จำเลยที่ 2 มีความสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ทางชู้สาวอันเป็นการล่วงเกินในทางชู้สาวต่อจำเลยที่ 1 ในขณะที่จำเลยที่ 1 ยังเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ สิทธิของโจทก์ตามบทบัญญัติดังกล่าวย่อมเกิดมีขึ้นตั้งแต่ขณะที่ยังไม่มีการหย่า แม้ภายหลังมีการจดทะเบียนหย่ากันแล้วสิทธิในการฟ้องก็หาได้หมดสภาพหรือถูกลบล้างตามไปด้วยไม่ โจทก์มีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ได้ตามบทบัญญัติดังกล่าว

สรุปคือ ถึงแม้จะหย่ากันแล้ว ก็สามารถฟ้องเมียน้อย หรือชู้เรียกค่าทดแทนได้นั่นเอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6516/2552แม้จำเลยที่ 1 จะไม่เคยพาจำเลยที่ 2 ออกงานสังคม หรือแนะนำให้บุคคลอื่นรู้จักในฐานะภริยาแต่การ...
23/11/2025

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6516/2552

แม้จำเลยที่ 1 จะไม่เคยพาจำเลยที่ 2 ออกงานสังคม หรือแนะนำให้บุคคลอื่นรู้จักในฐานะภริยาแต่การที่จำเลยทั้งสองไปไหนมาไหนด้วยกันอย่างเปิดเผยอยู่ในบ้านซึ่งปลูกสร้างในแหล่งชุมชนด้วยกันในเวลากลางคืน ขับรถรับส่งเมื่อไปทำกิจธุระหรือซื้ออาหารด้วยกัน ย่อมบ่งชี้ว่าจำเลยทั้งสองมีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวและเอื้ออาทรดูแลเอาใจใส่ต่อกัน แสดงว่าจำเลยที่ 1 ยกย่องจำเลยที่ 2 ฉันภริยาอันเป็นเหตุหย่าตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (1) แล้ว และโจทก์ยังมีสิทธิ์เรียกค่าทดแทนจากจำเลยที่ 2 ที่แสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีโจทก์ให้ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ได้อีกด้วย

การรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อใช้ประกอบการฟ้องหรือต่อสู้คดี มีขั้นตอนอย่างไร ?ปัจจุบันนี้พยานหลักฐานที่ใช้นำเสนอต...
23/11/2025

การรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด เพื่อใช้ประกอบการฟ้องหรือต่อสู้คดี มีขั้นตอนอย่างไร ?

ปัจจุบันนี้พยานหลักฐานที่ใช้นำเสนอต่อศาล ผู้เขียนเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานประเภทไหนดีกว่าพยานหลักฐานประเภทวีดีโอซึ่งบันทึกภาพและเสียงเหตุการณ์ต่างๆ ซึ่งสามารถอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนกว่าการใช้พยานหลักฐานประเภทอื่นๆ

ตัวอย่างเช่น พยานบุคคล ซึ่งมีปัจจัยต่างๆที่อาจทำให้ให้การคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงได้หลายประการ เช่น ความทรงจำ อคติ ลำเอียง สินบน การสื่อสาร หรือพยานวัตถุอื่นๆเช่นรูปภาพ แผนที่ ที่อาจสามารถตัดต่อ แก้ไข หรือตีความต่างๆกันไปได้ แต่พยานหลักฐานประเภทวีดีโอบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ โดยสภาพแล้วมีความชัดเจนอยู่ในตัว แทบจะไม่มีโอกาสโต้แย้งหรือตีความให้เห็นเป็นอย่างอื่นได้ โดยเฉพาะถ้าหลักฐานจากบันทึกวีดีโอ มีเนื้อหาชัดเจนและตรงกับประเด็นในคดี

ปัญหาที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้ก็คือ ทำอย่างไรเราถึงจะได้วีดีโอมาใช้ประกอบคดี เมื่อวีดีโอนั้นได้ถูกบันทึกไว้ในกล้องวงจรปิด ซึ่งไม่ใช่กล้องวงจรปิดที่เป็นกรรมสิทธิ์หรืออยู่ในความครองของท่าน

ก่อนอื่นต้องชี้แจงว่าสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการรวบรวมพยานหลักฐานประเภทนี้ ก็คือ “เวลา”

เพราะพยานหลักฐานประเภทบันทึกวีดีโอจากกล้องวงจรปิดนั้นจะคงอยู่ไม่นาน เนื่องจากระบบบันทึกข้อมูลของกล้องวงจรปิดจะลบข้อมูลเก่าและบันทึกข้อมูลใหม่ทับซ้อนกันไปเรื่อยๆ การที่ข้อมูลจะจัดเก็บไว้ได้กี่วันนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น หน่วยความจำของอุปกรณ์ และเหตุการณ์บริเวณกล้องจรปิดนั้น เปลี่ยนแปลงบ่อยหรือไม่ เช่นถ้าค่อยมีคนผ่านมาบริเวณนั้นภาพก็จะนิ่งอยู่ตลอด การเก็บข้อมูลก็จะไม่ได้ใช้พื้นที่มากก็จะเก็บได้นาน แต่หากมีคนเข้าออกบ่อยๆ ก็จะมีการบันทึกเหตุการณ์ตลอด เวลาบันทึกก็ได้น้อยลง จากประสบการณ์ของผู้เขียน เท่าที่พบมา มีทั้งที่เก็บไว้ได้ตั้งแต่ 24 ชั่วโมง 3 วัน 7 วัน 15 วัน หรือ 1 เดือน ดังนั้นการรวบรวมพยานหลักฐานประเภทนี้จะต้องรีบทำโดยด่วน ยิ่งเร็ว ยิ่งดี

ซึ่งข้อกฎหมายในการรวบรวมพยานหลักฐานประเภทวีดีโอจากกล้องวงจรปิดมาเพื่อใช้ประกอบคดีนั้น ต้องแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1.การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้ดำเนินคดีอาญาหรือเพื่อสู้คดีอาญา ซึ่งโดยมากแล้ว มักจะเป็นคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย คดีฆ่า คดีอุบัติเหตุ คดีบุกรุก คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพย์

2.การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อใช้ดำเนินคดีแพ่ง ซึ่งโดยมากแล้ว มักเป็นคดีเกี่ยวด้วยเรื่องครอบครัว คดีฟ้องชู้ ติดตามเรื่องชู้สาว คดีละเมิดอุบัติเหตุต่างๆ

10 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้ในการกำหนดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ 1.ฐานะทางสังคมและอาชีพการงาน การศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งสามี ภริยา แ...
23/11/2025

10 หลักเกณฑ์ที่ศาลใช้ในการกำหนดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้

1.ฐานะทางสังคมและอาชีพการงาน การศึกษาของทุกฝ่าย ทั้งสามี ภริยา และตัวชู้

ในคดีที่ศาลมีคำพิพากษาเกี่ยวกับการกำหนดค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ เรื่องฐานะทางสังคมของคู่ความทุกฝ่าย จะเป็นหนึ่งเรื่องที่ศาลหยิบยกมาประกอบการกำหนดค่าทดแทนแทบทุกคดี โดยการวินิจฉัยของศาลนั้น จะวินิจฉัยถึงฐานะทางสังคมของคู่ความทุกฝ่าย ทั้งตัวสามี ภรรยา และตัวชู้

โดยมีประเด็นที่ศาลมักจะหยิบยกมาวินิจฉัย ในการกำหนดค่าทดแทน เช่น

การศึกษาเป็นอย่างไร

ยิ่งฝ่ายที่มีชู้ หรือคู่สมรสมีการศึกษาสูงมาก หรือจบในวิชาชีพสาขากฎหมายที่จำเป็นต้องทำงานที่ต้องเป็นที่เชื่อถือของสังคมเช่นนิติศาสตร์ แพทย์ ก็ถือว่าเป็นบุคคลที่จะต้องรู้จักผิดชอบชั่วดีมากกว่าบุคคลอื่นหากกระทำการนอกใจคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ศาลจะนำวิธีใช้กำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น

ทำอาชีพอะไร

เป็นประเด็นที่สำคัญเพราะถ้าหากเป็นอาชีพที่จะต้องได้รับความเชื่อถือ หรือเป็นที่ยอมรับของสังคมเช่น เป็นครู เป็นหมอ แล้วปรากฏว่ามีพฤติการณ์นอกใจคู่สมรสย่อมถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ศาลจะวินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น

เป็นที่รู้จักทางสังคมแค่ไหน

บางอาชีพนั้นเป็นที่รู้จักของสังคมอย่างกว้างขวาง เช่นนักการเมือง ดารานักแสดง นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร อาจารย์มหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดเหตุการณ์เป็นชู้ขึ้นแล้วย่อมเป็นที่รู้ของวงสังคมระดับกว้างขวาง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมาก และศาลก็จะกำหนดค่าเสียหายให้สูงขึ้นเช่นกัน

มีรายได้เป็นอย่างไร

รายได้ของคู่ความที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนั้น ยอมเป็นส่วนหนึ่งที่ศาลจะนำมาประกอบว่า ควรจะกำหนดค่าทดแทนเป็นเงินจำนวนเท่าไหร่ ถ้าคู่กรณีทุกฝ่ายมีรายได้ไม่เยอะมาก เช่น ทั้งชู้และคู่สมรส เป็นพนักงานบริษัท มีเงินเดือนเพียงเดือนละ 15,000 บาท ศาลก็อาจจะกำหนดค่าทดแทนเป็นจำนวนไม่สูงมาก แต่ถ้าคู่กรณีมีรายได้สูง เช่น ทั้งตัวสามีภริยา และตัวชู้เป็นนักธุรกิจมีรายได้เดือนหนึ่งหลักล้าน ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ศาลนำมากำหนดเป็นประเด็นให้ค่าทดแทนสูงขึ้น

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

1.หนังสือรับรองการทำงาน สลิปเงินเดือน

2.วุฒิการศึกษา

3.หลักฐานแสดงการประกอบธุรกิจ เช่นหนังรับรองบริษัท

4.หลักฐานอื่นๆที่แสดงถึงรายได้ เช่น หลักฐานเกี่ยวกับทรัพย์สินและธุรกิจ

5. หลักฐานที่แสดงถึงฐานะทางสังคม เช่นการเป็นผู้นำชุมชน (หนังสือรับรองตำแหน่ง) นักการเมือง ดารานักแสดง

2.แต่งงานกันมานานแค่ไหน ?

กรณีที่คู่สมรสแต่งงานกันมาเป็นเวลานานเช่น แต่งงานกันมาเป็นเวลา 20 ปี มีครอบครัวมั่นคง กรณีนี้ หากมีพฤติการณ์เป็นชู้เกิดชึ้นและทำให้ครอบครัวแตกแยก ค่าทดแทนที่จะได้รับย่อมจะสูงกว่ากรณีที่คู่สมรสเพิ่งแต่งงานกันมาเป็นเวลาไม่นาน เช่น บางกรณีคู่สมรสอาจจะพึ่งจดทะเบียนสมรสกันเพียงไม่กี่เดือนแล้วอีกฝ่ายไปมีชู้

นอกจากนี้ คู่สมรสบางคู่ที่แม้เพิ่งจะจดทะเบียนสมรสไม่นาน แต่ได้อยู่กินร่วมกันมานานแล้ว ก็ควรนำสืบถึงกรณีที่เคยอยู่กินร่วมกันมาก่อนจดทะเบียนสมรสมาเป็นเวลานานด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาของศาลว่า ถึงแม้จะจดทะเบียนสมรสมาไม่นานมาก แต่ได้อยู่กินกันมาเป็นเวลาน และมีความรักความผูกพันกับคู่สมรสมาเป็นเวลานาน เพื่อขอให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น

พยานหลักฐานที่ใช้การนำสืบ

ใบสำคัญการสมรส และ หลักฐานการอยู่กินร่วมกันก่อนจะจดทะเบียนสมรส เช่นรูปถ่าย

3.มีการจัดงานแต่งงานกันหรือไม่ ?

คู่สมรสบางคู่นั้นจัดงานสมรสใหญ่โต มีผู้หลักผู้ใหญ่ มีนักการเมืองที่มีชื่อเสียง มีข้าราชการใหญ่ๆมาร่วมเป็นประธานและสักขีพยานในงานพิธี มีแขกเหรื่อ ญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก จัดงานสมรสที่โรงแรมใหญ่โต เสียค่าใช้จ่ายในการจัดงานสมรสเป็นจำนวนมาก ซึ่งกรณีนี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่ศาลจะนำมาวินิจฉัยในการกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น เพราะการเป็นชู้จนทำให้ครอบครัวแตกแยกในกรณีนี้ ย่อมทำให้คู่สมรสได้รับความเสียหายอับอายต่อบุคคลอื่นเป็นอย่างมาก เพราะมีสักขีพยาน ร่วมรู้เห็นกับการสมรสเป็นจำนวนมาก

ในทางกลับกันคู่สมรสบางคู่ไม่ได้จัดงานสมรสกันเลย เพียงแต่อยู่กินด้วยกันเฉยๆแล้วจดทะเบียนสมรส กรณีนี้ถ้าเราเป็นฝ่ายจำเลยก็สามารถหยิบยกมาเป็นประเด็นเพื่อต่อสู้ได้ว่าค่าเสียหายในคดีควรจะไม่สูงมาก

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

รูปถ่ายหรือวีดีโอในงานวันสมรส ที่ปรากฎว่ามีคนร่วมงานมากแค่ไหน มีใครเข้าร่วมพิธีการบ้าง

การ์ดเชิญงานแต่งงาน

หลักฐานค่าใช้จ่ายในการจัดงานสมรส

4. มีบุตรด้วยกันหรือไม่ ?

ในกรณีที่คู่สมรสมีบุตรด้วยกัน การเป็นชู้ย่อมทำให้ครอบครัวเกิดความแตกแยก ทำให้บุตรได้รับความเดือดร้อนเสียใจ รวมทั้งได้รับความอับอาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่บุตรยังเล็กอยู่ การที่ครอบครัวแตกแยกย่อมทำให้บุตรได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งทางจิตใจ และอาจจะทำให้ขาดการอุปการะเลี้ยงดูและเอาใจใส่จากคู่สมรสฝ่านที่มีชู้ จนอาจทำให้เป็นเด็กที่มีปมด้อย ดังนั้นในกรณีที่คู่สมรสมีบุตรด้วยกัน และบุตรยังเล็กอยู่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ศาลจะนำมาหยิบยกกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น มากกว่ากรณีที่คู่สมรสไม่มีบุตรด้วยกัน

พยานหลักฐานที่ใช้ในการนำสืบกรณีนี้

สูติบัตรของลูก และหลักฐานการศึกษาของบุตร เช่นใบเสร็จค่าเทอม และหลักฐานเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆของบุตร

5.ความสัมพันธ์ในครอบครัวก่อนเกิดเหตุการณ์มีชู้ เป็นอย่างไร ?

คู่สมรสบางคู่นั้น เขารักกันมากอยู่กินมาด้วยกันเป็นเวลานาน ไม่เคยมีการนอกใจกันเกิดขึ้น ครอบครัวมีความอบอุ่น และมีความสุขกันเป็นอย่างดี แต่ปรากฏว่าเมื่อมีมือที่สามเข้ามา ทำให้ครอบครัวเขาต้องแตกแยก คู่สมรสได้รับความเดือดร้อนเสียหายเสียใจเป็นอย่างมาก กรณีเช่นนี้ศาลมักจะกำหนดค่าทดแทนให้สูง และในกรณีที่เราเป็นทนายความฝ่ายโจทก์ก็ควรจะต้องนำสืบให้ศาลเห็นถึงประเด็นนี้ด้วย

แต่คู่สมรสบางคู่นั้น ปรากฏว่าก็แยกกันอยู่มาเป็นเวลานาน เพราะทะเลาะกันหรือมีความเห็นไม่ตรงกันจนไม่สามารถอยู่กินร่วมกันได้ แล้วเพียงแต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่าขาดจากกัน คู่สมรสบางคู่ ถึงไม่ได้แยกกันอยู่แต่ก็มีความสัมพันธ์ที่ร้าวฉานทะเลาะกันระหองระแหงตลอดมา หรืออีกฝ่ายนึงก็มีชู้เป็นประจำ หรือมีการเลี้ยงดูหญิงอื่นเป็นเมียน้อยอีกหลายคนเป็นปกติอยู่แล้ว

กรณีหลังนี้นั้นศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำ เพราะการเป็นชู้หรือมีชู้นั้นไม่ได้เป็นเหตุให้ครอบครัวแตกแยก แต่ครอบครัวนั้นได้มีปัญหาแตกแยกกันมาก่อนที่จะมีชู้เข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว ซึ่งหากเราเป็นทนายความจำเลยก็จะต้องนำสืบประเด็นนี้ให้ศาลเห็นเพื่อกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

รูปถ่ายคู่กันระหว่างสามีภริยา รูปถ่ายครอบครัว หลักฐานการสนทนา การไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่แสดงให้เห็นว่าความสัมพันธ์ระหว่างคู่สมรสเป็นไปด้วยดีตลอดมา

พยานหลักฐานที่แสดงว่าหลังเกิดเหตุการณ์มีชู้แล้ว ครอบครัวแตกแยก เช่น หลักฐานการทะเลาะด่าทอ หลักฐานการทำร้าย การแจ้งความ หลักฐานทางสื่อออนไลน์ต่างๆ

6.พฤติการณ์ในการเป็นชู้ เปิดเผยแค่ไหน ?

พฤติกรรมในการเป็นชู้นั้น บางกรณีมีลักษณะแบบปกปิด ไม่ได้เปิดเผยตัวเองต่อที่สาธารณะ มีลักษณะเป็นการแอบพบเจอกันตามโรงแรม หรือบ้านพักส่วนตัว ไม่มีการนำตัวชู้ไปเปิดเผยให้กับบุคคลอื่นรับทราบในวงกว้าง ไม่มีการนำรูปคู่หรือความสัมพันธ์ไปเผยแพร่ตามสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งกรณีนี้ศาลก็จะกำหนดค่าเสียหายให้ต่ำ เพราะพฤติการณ์ไม่ร้ายแรงนัก ซึ่งหากเราเป็นฝ่ายจำเลยก็ต้องนำสืบประเด็นนี้ให้ศาลเห็น

แต่ในการเป็นชู้บางรายนั้น มีลักษณะเปิดเผยเต็มที่อย่างไม่เกรงกลัวสิ่งใดๆ เช่น ลงรูปคู่แสดงความรักกันในสื่อออนไลน์ เช่น facebook LINE หรือ instagram พาไปเที่ยวสถานบันเทิงต่างๆอย่างเปิดเผย แสดงตนโดยเปิดเผยกับเพื่อนๆที่ทำงานทุกคน นำไปให้บิดามารดารู้จัก หรืออยู่กินกันแบบเปิดเผยที่บ้าน หรือบางกรณี ชู้บางคนยังมาระรานหรือด่าเมียหลวงด้วย หรือบางกรณีถึงขั้นจัดงานสมรสกันเลยดังที่เคยเป็นข่าว

กรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่มีความสำนึกในศีลธรรมอันดี และศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้สูงกว่าปกติ และหากเราเป็นทนายความฝ่ายโจทก์ก็ควรนำสืบประเด็นนี้ด้วย

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

หลักฐานการเป็นชู้ เช่นรูปถ่ายระหว่างชู้กับคู่สมรส หลักฐานการแสดงตัว เช่นไปร่วมงานต่างๆ ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ หลักฐานที่โชว์ในเฟซบุ๊ก หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่มีการเยาะเย้ย ถากถาง หรือแสดงตัวเปิดเผย

หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ตามสถานที่ต่างๆ

สูติบัตรของบุตรของชู้กับคู่สมรส

พยานบุคคลที่รู้เห็นเรื่องการเป็นชู้ หรือเห็นว่าชู้กับคู่สมรสเคยมีความสัมพันธ์กัน

หลักฐานการโอนเงินระหว่างชู้กับคู่สมรส ใบเสร็จค่าสินค้าต่างๆที่ซื้อให้กัน

7.เป็นชู้กันมานานแค่ไหน ?

ในกรณีที่เป็นชู้กันเพียงระยะเวลาไม่นาน เช่น อาจจะเป็นแค่เดือนเดียว อาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์ กรณีเช่นนี้ย่อมถือว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นกับคู่สมรสยังไม่มากเท่าใดนัก ซึ่งศาลก็มักจะกำหนดค่าเสียหายให้ต่ำ ซึ่งหากเราเป็นทนายความจำเลยก็ต้องนำสืบในประเด็นนี้ด้วย

แต่ในกรณีที่พฤติกรรมเป็นชู้มาเป็นเวลานานเป็นปีจนกระทั่งถูกจับได้ เช่นนี้ในระหว่างที่เป็นชู้กันนั้นฝ่ายชู้ อาจได้รับผลประโยชน์ต่างๆ จากคู่สมรสเป็นจำนวนมาก ซึ่งย่อมเป็นประเด็นที่ศาลจะกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้นหากเราเป็นทนายความฝ่ายโจทก์ก็ต้องนำสืบในประเด็นนี้ด้วย

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

หลักฐานการเป็นชู้ เช่นรูปถ่ายในเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ที่มีการปรากฎวันที่ที่แสดงตัว

หลักการสนทนาผ่านโปรแกรมไลน์ เฟซบุ๊ก หรือสื่อออนไลน์ต่างๆระหว่างชู้กับคู่สมรส

หลักฐานการโอนเงินให้กันระหว่างชู้กับคู่สมรส

พยานบุคคลที่รู้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายคบหากันมานานแค่ไหน เช่นเพื่อนร่วมงาน คนแถวบ้าน

8. ฝ่ายชู้ รู้หรือไม่ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว ?

สำหรับบุคคลที่เข้ามาเป็นมือที่สาม หรือเป็นชู้กับคู่สมรสนั้น บางครั้งเขาเองก็ไม่รู้ว่าคู่สมรสฝ่ายนั้นมีสามีหรือภรรยาอยู่แล้ว เพราะบางครั้งคู่สมรสบางคู่ก็ไม่ได้อยู่กินด้วยกันตลอดด้วยเหตุผลทางภาระหน้าที่การงาน หรือเหตุผลส่วนตัว และบางครั้งคู่สมรสที่ไปมีชู้นั้น ก็ไปหลอกลวงหรือแสดงตนกับบุคคลอื่นว่า ตนเองเป็นคนโสด ซึ่งตามกฎหมายแล้วไม่ว่า ชู้จะรู้หรือไม่รู้ว่า บุคคลที่ตนเองเข้าไปมีความสัมพันธ์นั้นมีคู่สมรสอยู่แล้วหรือไม่ ก็ต้องรับผิดทางแพ่งตามกฎหมายไม่สามารถปฏิเสธว่าไม่รู้เพื่อไม่ต้องรับผิดได้ ทั้งนี้ ในประเด็นข้อกฎหมายนี้ผู้สนใจโปรดอ่านบทความ เรื่อง เป็นชู้โดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว จะต้องรับผิดชดใช้ค่าทดแทนหรือไม่ ?

แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่ชู้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว ย่อมถือได้ว่าไม่ได้มีเจตนาชั่วร้ายหรือฝ่าฝืนต่อศีลธรรม ศาลย่อมจะกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำ ซึ่งบางทีอาจจะเสียเพียงแค่เงินหลักหมื่นเท่านั้น ดั้งนั้นหากเราเป็นฝ่ายจำเลยก็ต้องนำสืบประเด็นนี้ให้ชัดเจน

แต่ในกรณีที่ฝ่ายชู้ รู้ดีอยู่แล้วว่า อีกฝ่ายนึงมีคู่สมรสอยู่แล้ว แต่ยังเต็มใจเข้าไปมีความสัมพันธ์ด้วย ย่อมถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย ไม่มีความสำนึกในศีลธรรมอันดี ซึ่งศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้สูง และเป็นส่วนหนึ่งที่ฝ่ายโจทก์จะต้องนำสืบให้ชัดเจน

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

หลักฐานการสนทนาผ่านสื่อออนไลน์ ระหว่างชู้กับคู่สมรส หรือชู้กับเพื่อนๆ ที่แสดงให้เห็นว่าชู้รู้อยู่แล้ว ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว (ธรรมดาแล้วมักจะปรากฎเสมอ ว่าเจ้าตัวจะคุยหรือจะบอกกับเพื่อนหรือคนที่สนิท ถึงประเด็นดังกล่าว)

พยานบุคคลที่ยืนยันได้ว่า ตัวชู้รู้หรือไม่รู้ว่า คู่สมรสมีสามีภริยาอยู่แล้ว เช่นเพื่อนร่วมงาน คนในครอบครัว

9.หลังจากถูกจับได้แล้ว มีพฤติการณ์สำนึกผิดหรือไม่ ?

หลังจากที่ถูกจับได้ว่าเป็นชู้หรือมีชู้กันแล้ว หากคู่สมรสฝ่ายที่มีชู้และฝ่ายตัวชู้สำนึกผิด หยุดความสัมพันธ์ดังกล่าวไว้ทันที พร้อมทั้งแสดงความจริงใจขอขมากับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมถือว่าชู้และคู่สมรสฝ่ายนั้นมีความสำนึกในการกระทำของตนเอง ศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง

แต่หากหลังจากถูกจับได้ว่าเป็นชู้หรือมีชู้กันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมหยุดความสัมพันธ์ที่มีต่อกัน ซ้ำร้ายยังไประรานคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง หรือพยายามขอเลิกกับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง หรือชู้บีบให้คู่สมรสเลิกรากันเพื่อมาอยู่กินกับตนเอง พฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่าไม่มีความสำนึกใดๆ และศาลย่อมกำหนดค่าทดแทนให้สูง

พยานหลักฐานที่ใช้นำสืบ

หลักฐานการเป็นชู้ เช่นรูปถ่ายในเฟซบุ๊ก ไลน์ หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ ภายหลังการเกิดเหตุ

พยานบุคคลที่รู้เห็นเหตุการณ์

10.มีการฟ้องหย่าประกอบด้วยหรือไม่ ? อีกฝ่ายได้ทรัพย์สินจากการฟ้องหย่าไปด้วยหรือไม่ ?

ซึ่งประเด็นนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายคือ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1525 วรรคสอง ที่วางหลักว่า หากคู่สมรสมีการฟ้องหย่าประกอบการฟ้องชู้ด้วยนั้น ต้องดูว่ามีการแบ่งทรัพย์สินกันเป็นอย่างไร เช่นสามีมีชู้ ภรรยาจึงฟ้องหย่าพร้อมกับฟ้องชู้ และภรรยาได้รับส่วนแบ่งสินสมรสประมาณ 20 ล้าน ในคดีฟ้องหย่า เช่นนี้ในกรณีฟ้องชู้เรียกค่าทดแทน ศาลอาจจะกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง เพราะเห็นว่าฝ่ายภรรยาได้ทรัพย์สินสมรสไปส่วนหนึ่งแล้ว

หลักเกณฑ์ ทั้งหมด 10 ข้อนี้ เป็นหลักเกณฑ์ที่ศาลนำมาประกอบการวินิจฉัยในการกำหนดค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ แทบทุกคดี ซึ่งเมื่อเราทราบหลักเกณฑ์ดังกล่าวแล้ว ย่อมเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีฟ้องชู้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ได้ว่าเราจะเป็นฝ่ายโจทก์หรือฝ่ายจำเลย

ถ้าเราเป็นฝ่ายโจทก์ก็ต้องนำสืบประเด็นต่างๆให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้สูงขึ้น ไม่ใช่นำสืบเพียงแต่ว่ามีการเป็นชู้เกิดขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็นฝ่ายจำเลยหากสอบข้อเท็จจริงแล้วปรากฏว่าท่านจะต้องรับผิดจริง ไม่มีทางสู้คดีได้ ท่านก็ต้องถามค้านและนำสืบพยานหลักฐานต่างๆเพื่อให้ศาลให้เห็นว่าพฤติการณ์ของเราไม่ร้ายแรง เพื่อให้ศาลกำหนดค่าทดแทนให้ต่ำลง

ฟ้องชู้ ธรรมดาศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้ประมาณเท่าไหร่ ?

สำหรับยอดเงินค่าทดแทนในคดีฟ้องชู้ จำนวนเงินสูงสุด สูงสุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผมเห็น คือ 1 ล้านบาท

สำหรับตัวผมเองตั้งแต่ยื่นฟ้องคดีฟ้องชู้ มา ตัวเลขสูงสุดที่ผมเคยทำได้ อยู่ที่จำนวนประมาณ 800,000 บาท ยังไม่รวมค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความใช้แทนพร้อมทั้งดอกเบี้ยที่ศาลกำหนดให้ ซึ่งรวมแล้วก็ได้เงินกลับมาเป็นเงินประมาณล้านกว่าบาท

อย่างไรก็ตามหากมีพฤติการณ์ที่ร้ายแรงมากๆ ในอนาคตก็อาจมีการกำหนดค่าเสียหายที่มากกว่านี้ก็เป็นไปได้ครับ

ส่วนตัวเลขต่ำสุด รายการฟ้องร้องดำเนินคดีของผม คือหนึ่งแสน และน่าจะเป็นตัวเลขที่พบบ่อย ในกรณีที่พฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรง หรือคู่สมรสไม่ได้มีหน้าตาหรือฐานะทางสังคมมาก ส่วนตัวเลขที่มักจะได้มากที่สุดในคดีทั่วๆไป อยู่ที่ประมาณ สามแสนบาทครับ

ฟ้องชู้ ควรฟ้องที่จำนวนเงินเท่าไหร่ ?

สำหรับตัวเลขที่นิยมฟ้องร้องดำเนินคดีกัน ในกรณีที่คู่สมรสไม่ได้มีฐานะทางสังคมสูงมากหรือพฤติการณ์การเป็นชู้ไม่ได้ร้ายแรงมากอาจจะฟ้องกันที่ประมาณ 3 แสนบาท เพราะหากยื่นฟ้องที่ตัวเลขดังกล่าวแล้ว ฝ่ายโจทก์จะเสียค่าธรรมเนียมศาลเพียงแค่ 1,000 บาทเท่านั้น

แต่ในกรณีที่คู่สมรสทั้งสองฝ่ายมีหน้าตาทางสังคมหรือมีฐานะทางสังคมสูง หรือพฤติกรรมการเป็นชู้ที่มีความร้ายแรงตัวเลขที่จะยื่นฟ้องก็อาจจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาทหรือสูงกว่านั้น ซึ่งจะต้องเสียค่าธรรมเนียมศาลในอัตราร้อยละ 2 ของยอดเงินที่ฟ้องคดี

เครดิต ทนายพิศิษฐ์ ศรีสังข์

ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ ต้องฟ้องที่ศาลไหน?คดีฟ้องหย่า ฟ้องชู้นั้นจะต้องฟ้องที่ ” ศาลเยาวชนและครอบครัว ” โดยสถานที่นั้นสามารถฟ้อ...
23/11/2025

ฟ้องหย่า ฟ้องชู้ ต้องฟ้องที่ศาลไหน?

คดีฟ้องหย่า ฟ้องชู้นั้นจะต้องฟ้องที่ ” ศาลเยาวชนและครอบครัว ” โดยสถานที่นั้นสามารถฟ้องได้ 2 ที่ด้วยกันก็คือ

1.ศาลสถานที่ที่มูลคดีเกิด

คำว่า “มูลคดี’ หมายถึงสถานที่ที่เกิดเหตุทำให้ฟ้องหย่านั่นเอง เช่นสถานที่ที่พบเห็นหรือเกิดการกระทำเป็นชู้ สถานที่ที่คู่สมรสทำร้ายร่างกาย สถานที่ที่เริ่มแยกกันอยู่ เป็นต้น

หากว่ามูลคดีที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องหย่าเกิดขึ้นที่ไหนเราก็สามารถฟ้องได้ที่ศาลนั้น
เช่น พบเห็นการเป็นชู้ที่จังหวัดชลบุรี ก็สามารถฟ้องหย่าได้ที่ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรี แม้ว่าคู่สมรสจะอยู่กินกันที่จังหวัดกรุงเทพฯก็ตาม

2.สถานที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ ที่จำเลยมีที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน

คำว่าภูมิลำเนา หมายถึงสถานที่ที่จำเลยมีที่อยู่เป็นประจำหรือที่ปรากฏตามทะเบียนบ้าน

คำว่าจำเลยในที่นี้หมายความรวมถึงตัวคู่สมรสที่เราฟ้องหย่า รวมทั้งตัวหญิงชู้หรือชายชู้ในกรณีที่เราฟ้องชู้ด้วย

เช่นตัวสามีมีภูมิลำเนาอยู่ที่ จังหวัดกรุงเทพฯ ส่วนตัวชู้มีภูมิลำเนาอยู่ที่พัทยา เหตุการณ์เป็นชู้เกิดขึ้นที่เชียงใหม่

เช่นนี้เราสามารถฟ้องคดีได้ทั้งที่จังหวัดกรุงเทพฯซึ่งเป็นภูมิลำเนาของสามี รวมทั้งจังหวัดชลบุรีที่เป็นภูมิลำเนาของชู้ และที่เชียงใหม่ที่เป็นสถานที่มูลคดีเกิด

Address

99

Website

Alerts

Be the first to know and let us send you an email when บริษัท บารมี ดีเทคทีฟ แอนด์ ลีกัล จำกัด posts news and promotions. Your email address will not be used for any other purpose, and you can unsubscribe at any time.

  • Want your business to be the top-listed Law Practice?

Share