24/08/2026
มีเหตุการณ์เมื่อประมาณเดือนมีนาคม 2569 ฝ่ายชายซึ่งเป็นทหาร ถือปืนเดินเข้ามาในร้าน เมื่อมาถึงโต๊ะฝ่ายหญิงเสื้อเขียวซึ่งเป็นอดีตภรรยาก็ถามว่ามาทำอะไร ถามถึง 2 ครั้ง ชายหัวเกรียนก็ไม่ตอบ แล้วผู้ชายหัวเกรียนก็บอกว่าให้อีก 2 คนที่ไม่เกี่ยวข้องลุกออกไป อีก 2 คนก็ตอบกลับไปว่าเขาเป็นเพื่อนกับคนเสื้อเขียวเขาไม่ไปหรอก
ฝ่ายชายผมเกรียนซึ่งเป็นอดีตสามีจึงไม่พอใจเอาปืนทุบลงโต๊ะแล้วยกขึ้นจ้องเล็งไปที่ผู้หญิงเสื้อสีเขียว ฝ่ายหญิงที่เป็นเพื่อนจึงเอามือคว้าแย่งปืนกัน ปรากฏว่าสู้แรงชายหัวเกรียนไม่ไหวจึงเสียหลักจากโต๊ะเกือบล้มหงายหลัง จากนั้นฝ่ายชายจึงเดินออกไปยืนที่หน้าร้าน
เพื่อนของหญิงเสื้อเขียวเห็นท่าไม่ดี จึงโทรแจ้งตำรวจ ปรากฏว่าชายหัวเกรียนก็พกวิทยุสื่อสารติดตัวมาด้วยซึ่งตั้งช่องสัญญาณช่องเดียวกันกับตำรวจ เมื่อทางเจ้าพนักงานตำรวจใช้วิทยุสื่อสารแจ้งเหตุ ขอกำลังเพื่อไปที่เกิดเหตุ ผลปรากฏว่ามีชายหัวเกรียนที่ใช้อาวุธปืนจ่อหัวผู้หญิงที่ร้านอาหารก็พกวิทยุสื่อสารและตั้งช่องสัญญาณเดียวกันกับตำรวจมาด้วย ชายหัวเกรียนจึงโต้ตอบไปทางวิทยุสื่อสารว่าเป็นตัวเขาเองซึ่งเป็นทหารเป็นคนใช้อาวุธปืนที่ร้านอาหาร หลังจากคุยเสร็จเขาก็เดินทางไปที่สถานีตำรวจเพื่อไปแสดงตน
ต่อมาฝ่ายหญิงจึงแจ้งความดำเนินคดีข้อหาพยายามฆ่า พนักงานสอบสวนสรุปจำนวนส่งพนักงานอัยการศาลทหาร พนักงานการศาลทหารได้ยื่นฟ้องต่อศาลทหาร และในวันพรุ่งนี้เป็นนัดสืบพยาน
ผลคดีนี้จะเป็นอย่างไรเสร็จจากการสืบพยานพรุ่งนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังครับ
ถ้าฟังในมุมนี้ก็เห็นด้วยกับท่านนายกนะครับว่าไม่ควรให้ข้าราชการทหารตำรวจที่ไม่ได้อยู่ในการปฏิบัติหน้าที่พกพาอาวุธปืน
แต่ถ้าเป็นในพื้นที่เช่น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ว่ากันไปอีกบริบทหนึ่ง แต่ถ้าเป็นพื้นที่อื่นๆที่ไม่ได้มีเหตุรุนแรงผมก็เห็นว่าไม่ควรให้พกปืนออกมาจ่อหัวประชาชนแบบนี้ครับ คดีนี้ควรจะลงโทษให้หนัก
คดีนี้เกิดขึ้นทางภาคเหนือจังหวัดไหนขอเป็นความลับไว้ก่อน